
ไล่ออก ตร.ทางหลวงเมืองคอนค้ายาเสพติด
2ด.ต.-1 จ.ส.ต.ตำรวจทางหลวงเจอไล่ออกจากราชการทันที บช.ปส.รับลูกคุมสีกากีนอกรีตดำเนินคดีร้ายแรง ส่งมอบให้กองบัญชาการ ป.ป.ส.เป็นผู้รับไปดำเนินคดี
2ด.ต.-1 จ.ส.ต.ตำรวจทางหลวงเจอไล่ออกจากราชการทันที บช.ปส.รับลูกคุมสีกากีนอกรีตดำเนินคดีร้ายแรง ส่งมอบให้กองบัญชาการ ป.ป.ส.เป็นผู้รับไปดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.นครศรีธรรมราช จับกุมนายไพจิตร เวชชูแก้ว อายุ 24 ปี น.ส.สุกัญญา เนาวรัตน์ อายุ 21 ปี นายจิตตภัทร จิตต์อักษร อายุ 21 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.พัทลุง พร้อมด้วยยาบ้ารวม 12 เม็ด ที่จุดตรวจบนถนนสาย 41 บ้านวังตลับ ม.4 ต.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช และเมื่อมีการคุมตัวไปขยายผลสามารถนำไปสู่การล่อซื้อและจับกุม ด.ต.พรชัย น้อยลัทธี ด.ต.วิษณุ ถึงสุข และ จ.ส.ต.ธนู ภู่ทอง ทั้งหมดมีตำแหน่งเป็น ผบ.หมู่งานตรวจการณ์ สทล.1 กก.7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พร้อมด้วยยาบ้าของกลาง 16 ถุง รวม 3,200 เม็ด ภายในรถยนต์ตรวจการทางหลวง หรือที่เรียกว่า “ฉลามบก” ยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด หมายเลขประจำรถ 7103 ทะเบียน ษณ-1069 กทม. เหตุเกิดเมื่อ 22.00 น.ของวันที่ 24 มิ.ย.53 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 3 นายไว้นั้น ได้มีการรายงานถึงการจับกุม และรายละเอียดพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 3 นายไปยังกองบังคับการตำรวจทางหลวง และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ของตำรวจทางหลวงทั้ง 3 นายเป็นผู้รายงานตามขั้นตอนทั้งหมด เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการในขั้นต้นคือการไล่ออกจากราชการทันที
พ.ต.อ.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจทั้ง 3 นาย นั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีแยกกับผู้ต้องหาบุคคลธรรมดา 3 รายแรก กล่าวคือในส่วนของตำรวจนั้นได้ส่งมอบให้กับกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดเป็นผู้รับไปดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหากจะดำเนินคดีในท้องที่นั้นอาจมีข้อครหาได้ ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสเจ้าหน้าที่ ปปส.จึงรับผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจทั้ง 3 รายดำเนินคดีที่ กทม.ทั้งหมดตามอำนาจของ ป.ป.ส.
“ในส่วนของการตั้งข้อหานั้นนอกจากความผิดในตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้วคือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรียกรับสินบน ขู่กรรโชกทรัพย์ แล้วทั้ง 3 นายยังถูกตั้งข้อหาครอบครองยาเสพติด เพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นประจักษ์ในเหตุการณ์ว่าทั้ง 3 นายได้มีการครอบครองยาเสพติดจำนวน 16 ถุง 3,200 เม็ด เมื่อสายเข้าล่อซื้อตำรวจทั้ง 3 นายได้รับเงินแล้วให้ไปหยิบเอายาบ้าในท้ายรถยนต์ตรวจการ จึงถือว่ามีความผิดในเชิงประจักษ์นั่นเอง ส่วนจะได้มาอย่างไร หรือรับมาจากใครนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ชัดเจนคือเมื่อจ่ายเงินแล้วจึงมอบของ องค์ประกอบจึงครบ”พ.ต.อ.สุทัศน์ กล่าว
รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ของกลางที่เป็นทรัพย์สินราชการ คือ รถยนต์ตรวจการณ์ และอาวุธปืนต่างๆ นั้นได้ส่งมอบคืนให้กับต้นสังกัดไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลธรรมดานั้นได้ทำการขยายผลในเชิงลึกเกี่ยวกับยาบ้าทั้งหมด เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และได้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ถ้ำพรรณรา ท้องที่ที่เกิดเหตุ
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.พิรุณ กลัดทอง ผกก.สภ.ถ้ำพรรณนา พ.ต.ท.ปรีชาญ เต็งรัง รอง ผกก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถ้ำพรรณนา จ.นครศรีธรรมราช ตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนสาย 41 บ้านวังตลับ ม.4 ต.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน บจ-5952 พัทลุง ขับมาด้วยท่าทีพิรุธ จึงเรียกให้หยุดและทำการตรวจค้น พบว่ามีนายไพจิตร เวชชูแก้ว อายุ 24 ปี เป็นผู้ขับขี่ โดยมีผู้โดยสารมาอีก 2 ราย คือ น.ส.สุกัญญา เนาวรัตน์ อายุ 21 ปี และนายจิตตภัทร จิตต์อักษร อายุ 21 ปี ซึ่งหลังจากตรวจค้นโดยละเอียดพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่รวม 12 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ทั้ง 3 ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวมาสอบสวนเพื่อทำการขยายผลได้ความว่าผู้ต้องหาได้ทำการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากถึง 16 ถุง รวม 3,200 เม็ด เพื่อส่งขายให้กับเอเย่นส์รายหนึ่ง แต่ขณะที่ผ่านเส้นทางสายเซาร์เทิร์นซีบอร์ดช่วง ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงใช้รถยนต์ตำรวจทางหลวง เข้าสกัดจับกุมและยึดยาเสพติดทั้งหมดไว้ โดยได้นำตัวไปเจรจาที่ป้อมตำรวจทางหลวงนาเหนือ โดยมีการเจรจาต่อรองเรียกเงินจำนวน 1 ล้านบาท แต่ได้มีการต่อรองจนเหลือ 1 แสนบาท ตำรวจทางหลวงชุดดังกล่าวรวม 3 นายได้รับเงินไว้ แต่ไม่ได้มีการคืนยาบ้ากลับมาให้ และยังเจรจาต่อรองต่อไปว่าหากอยากได้คืนต้องนำเงินมาจ่ายจำนวน 300,000 บาท
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ต้องหา 1 ในจำนวน 3 รายติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทางหลวงตามที่ผู้ต้องหาได้กล่าวอ้าง พร้อมทั้งเจรจาพร้อมที่จะจ่ายเงินจำนวน 300,000 บาท ปรากฏว่าเมื่อมีการนัดหมายโดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดดังกล่าวนำยาบ้าที่เก็บไว้มาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถ้ำพรรณรา โดยใช้รถยนต์ตรวจการณ์ 7103 หมายเลขทะเบียน ษณ-1069 กทม. เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมไว้ได้โดยทั้ง 3 นาย ในสภาพหน้าซีดเผือดและพยายามเจรจาต่อรองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกัน
นอกจากนี้เมื่อค้นภายในรถพบยาบ้าบรรจุถุงรวม 16 ถุง จำนวน 3,200 เม็ด เจ้าหน้าที่ สภ.ถ้ำพรรณรา จึงทำการปลดอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 3 ราย ซึ่งมีปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ขนาด .357 ขนาด .38 และปืนเอชเค 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก รวมทั้งอายัดรถตรวจการณ์คันดังกล่าวไว้ก่อน ก่อนที่จะใส่กุญแจมือเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 3 ราย นำส่ง บก.ภ.นครศรีธรรมราช ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงและส่งตัวไปยัง บช.ป.ป.ส.ดำเนินคดีในกรุงเทพมหานคร ทันทีตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา







