
บีทีเอสรับรถไฟฟ้า 12 ขบวนเพิ่มบริการในกทม.
บีทีเอส จัดพิธีรับรถไฟฟ้า 12 ขบวน รวม 48 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มการให้บริการประชาชนในกทม.
บีทีเอส จัดพิธีรับรถไฟฟ้า 12 ขบวน รวม 48 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มการให้บริการประชาชนในกทม.
ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ ได้เป็นประธานในพิธีรับขบวนรถไฟฟ้าใหม่ บีทีเอส ที่บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ท่า C0 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี ฯพณฯ กวน มู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย , นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ,ผู้บริหารบริษัท ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิลส์ จำกัด และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีนี้เป็นจำนวนมาก
นายคีรี กล่าวว่า รถไฟฟ้าขบวนใหม่เที่ยวแรก ได้ลำเลียงมาจากเมืองท่า ด้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา โดยมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นี้ และจะทยอยส่งจนครบทั้งหมดภายในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ ซึ่งรถไฟฟ้าขบวนใหม่ บริษัทฯได้สั่งซื้อขบวนรถทั้งหมด จากบริษัท ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิลส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่อันดับต้นๆของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ผลิตรถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง โดยสั่งซื้อทั้งหมด จำนวน 12 ขบวน ความยาวขบวนละ 4 ตู้ รวม 48 ตู้ มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการจัดซื้อในครั้งนี้ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และใช้รองรับส่วนต่อขยายสายสีลมที่เปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อันจะทำให้บริษัทฯมีจำนวนรถไฟฟ้าพร้อมให้บริการ รวมทั้งสิ้น 47 ขบวน จากปัจจุบันที่ให้บริการ จำนวน 35 ขบวน ซึ่งจุดเด่นของรถไฟฟ้าขบวนใหม่นี้ คือ สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ขบวนละประมาณ 1,490 คน จากเดิมบรรจุได้ประมาณ 1,106 คน ต่อขบวน สาเหตุเนื่องมาจากความยาวที่เพิ่มขึ้นจาก 3 ตู้ ต่อขบวน เป็น 4 ตู้ต่อขบวน และเมื่อบริษัทฯได้รับรถไฟฟ้าขบวนใหม่ครบทั้ง 12 ขบวนแล้ว จะนำมาทดสอบวิ่งซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4-6 เดือนก่อนที่จะนำไปให้บริการ โดยจะนำรถไฟฟ้าใหม่ทั้ง 12 ขบวนให้บริการในสายสีลมทั้งหมด
นายคีรี กล่าวต่อไปว่า ส่วนรถไฟฟ้าอีก 35 ขบวนที่มีอยู่เดิม จะถูกนำไปให้บริการในสายสุขุมวิท ซึ่งปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอส มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยในวันทำการเกือบ 5 แสนเที่ยวคนต่อวันและสูงสุดในวันทำการกว่า 570,000 เที่ยวคน เนื่องจากกรุงเทพมหานครยังคงมีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเส้นทางรถไฟฟ้าได้มีการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นคอนโด อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า หรือแหล่งช็อปปิ้งที่ขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก
ดังนั้นการสั่งซื้อขบวนรถไฟฟ้าใหม่ทั้ง 12 ขบวนนี้ จะช่วยรองรับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้โดยสารและจะทำให้บริษัทฯมีรถไฟฟ้าให้บริการผู้โดยสารทั้งในสายสุขุมวิทและสายสีลม รวมทั้งสิ้น 153 ตู้ จาก 47 ขบวน โดยจะช่วยแก้ปัญหาสภาพคอขวดของสถานีสะพานตากสิน ที่มีรางคู่เดียว โดยความยาวขบวนรถที่เพิ่มขึ้น จะสามารถรองรับผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ไม่มีปัญหาผู้โดยสารตกค้างที่สถานี ในขณะที่สายสุขุมวิทก็จะมีขบวนรถไฟฟ้าให้บริการเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มขีดความถี่ในการให้บริการ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกในการใช้บริการมากขึ้น







