posttoday
ทีมกู้ภัยพิบัติ

ทีมกู้ภัยพิบัติ

28 เมษายน 2558

มวลมหาน้ำใจของประชาชนชาวไทยจากหลายภาคส่วน รวมถึงนานาประเทศที่หลั่งไหลระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลอย่างไม่ขาดสาย ถือเป็นความงดงามของเพื่อนมนุษย์ที่ยื่นมือให้ความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันอย่างน่ายกย่อง

มวลมหาน้ำใจของประชาชนชาวไทยจากหลายภาคส่วน รวมถึงนานาประเทศที่หลั่งไหลระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลอย่างไม่ขาดสาย ถือเป็นความงดงามของเพื่อนมนุษย์ที่ยื่นมือให้ความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันอย่างน่ายกย่อง

ต้องขอแสดงความชื่นชมผู้มีจิตศรัทธาและอาสาสมัครจากทุกองค์กร ไม่ว่าภาครัฐ เอกชน หรือมูลนิธิต่างๆ จากประเทศไทยที่เร่งระดมเงินบริจาคบ้าง จัดหาอุปกรณ์ไปช่วยเหลือบ้างอย่างไม่ขาดสาย 

แสดงให้เห็นถึงความมีอารยะที่คนไทยมีต่อเพื่อนร่วมโลก โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขถือเป็นแบบอย่างการดำเนินการที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรม เพราะสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และสำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักของทีมผ่านประสบการณ์การจัดการภัยพิบัติมาอย่างโชกโชน

การช่วยเหลือของทีมแพทย์ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ตั้งขึ้นจะช่วยประเมินสถานการณ์ให้ตรงความต้องการของชาวเนปาล มีการเปิดรับอาสาสมัครทีมแพทย์และผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินที่ผ่านการอบรมการช่วยเหลือให้ตรงเป้ามากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การระดมสรรพกำลังจากทั่วสารทิศกำลังกลายเป็นปัญหาใหม่ในการจัดการพื้นที่ประสบภัย อาทิ เที่ยวบินไม่สามารถลงจอดได้ เพราะมีสายการบินมุ่งหน้าสู่กรุงเมืองกาฐมาณฑุจำนวนมาก รวมถึงการบริหารของบริจาคและการกระจายสิ่งของ การประเมินความต้องการที่แท้จริง ฯลฯ

ทุกความช่วยเหลือจากบ้านเราเหล่านี้ไม่ควรไปเพิ่มปัญหาที่กำลังก่อตัวขึ้นในเนปาลให้มากกว่าเดิม อีกทั้งไม่ควรดำเนินการอย่างสะเปะสะปะ หรือเน้นภาพปริมาณมากกว่าการเน้นประสิทธิภาพ

จริงอยู่แม้ว่าประเทศไทยจะผ่านภัยพิบัติครั้งใหญ่มาก่อน ทั้งเหตุการณ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547 มหาอุทกภัยปี 2554 และอื่นๆ แต่การส่งบุคลากรและปัจจัยต่างๆ ไปช่วยเหลือชาติอื่นไม่ควรสูญเปล่า หรือเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ แต่ควรประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งในแง่ข้อมูลและการจัดการอื่นๆ ให้เกิดความเป็นทีมของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ราบรื่น ตรงตามวัตถุประสงค์ของพื้นที่ และสามารถเยียวยาความสูญเสียลงได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเป็นหัวหอกนำประสบการณ์มาถอดบทเรียนเพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการด้วย เพราะในอดีตหลายประเทศก็เคยส่งทีมงานมาช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังเกิดความขลุกขลักไม่ลงตัวอยู่หลายกรณี

ดังนั้น ท่ามกลางความมากน้ำใจของคนไทยที่ได้ทุ่มเทให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยประเทศอื่นๆ ก็ควรใช้โอกาสนี้ยกระดับการจัดการภัยทางธรรมชาติของบ้านเราให้สู่ความเป็นมืออาชีพ เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยที่ไม่อาจคาดเดาความรุนแรงได้อย่างราบรื่นด้วย

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล