
แจงตัดไม้สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้โปร่งใส
หน.สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ชี้แจงการตัดโค่นต้นไม้เพื่อนำไปก่อสร้างสิ่งต่างๆ ภายใต้งบตามโครงการไทยเข้มแข็ง โปร่งใสตรวจสอบได้
หน.สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ชี้แจงการตัดโค่นต้นไม้เพื่อนำไปก่อสร้างสิ่งต่างๆ ภายใต้งบตามโครงการไทยเข้มแข็ง โปร่งใสตรวจสอบได้
นายทรงชัย ทองบุญยัง หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) จ.ตรัง กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านร้องเรียนผ่าน นายสมบูรณ์ สะดะ นายกอบต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบภายในสวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) เนื่องจากพบว่ามีการบุกรุกตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ เช่น ไม้เคี่ยม ไม้ดังข้าว ไม้พังตาล ไม้พะยอม ไม้กอ ไม้กระถินเทพา จำนวนมาก เพื่อนำไปก่อสร้างทำศาลาที่พัก เสาธง และเรือนพักรับรอง ภายใต้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง น่าจะไม่โปร่งใส
นายทรงชัย กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการลักลอบตัดโค่นต้นไม้มาใช้โดยพละการ หรือกระทำอย่างผิดระเบียบตามที่ชาวบ้านกล่าวหา เนื่องจากมีคณะกรรมการมาตรวจสอบแล้วทั้งหมด 3 ชุด คือ จากอำเภอย่านตาขาว จากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง และล่าสุดจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งตนก็ยินดีให้ทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบ ส่วนการก่อสร้างเรือนรับรองนั้น เป็นงบประมาณไทยเข้มแข็ง จำนวนกว่า 6 ล้านบาทเศษ ที่รัฐบาลสนับสนุนไปยังกรมอุทยานฯ ซึ่งกรมก็ได้จ่ายเงินผ่านไปยังสำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ มีการออกแบบแปลนการก่อสร้าง และจัดซื้อจัดจ้างเแทนอธิบดีเอง ทั้งหมด 5 รายการ 6 สิ่งก่อสร้าง คือ บ้านพักขนาด 4 ห้องนอน จำนวน 1 หลัง, ขนาด 2 ห้องนอน จำนวน 1 หลัง รวมทั้งห้องน้ำ และศาลา 6 เหลี่ยม โดยที่ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณก้อนนี้แต่ประการใด เพียงแค่ทางสำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช ระบุมาว่า จะก่อสร้างที่สวนพฤกษศาสตร์ฯ จังหวัดตรัง ตนจึงเตรียมหาสถานที่ที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งบริเวณที่ก่อสร้างยืนยันว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว โดยอยู่ตรงกลางระหว่างวงต้นไม้ใหญ่ของสวนพฤกษศาสตร์ฯ กับสนามฟุตบอล และไม้ที่ตัดโค่นไปก็ยังเป็นไม้ขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะได้ข้อสรุปให้ก่อสร้างใน 2 จุดดังกล่าว มีการตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณาด้วย จำนวน 4 คน ประกอบด้วย ตนเอง จากสำนักวิจัย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากสำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช และจากสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรัง โดยได้มาทำการศึกษา และลงความเห็นว่าใช้สถานที่ตรงนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว จากนั้น คณะกรรมการก็ทำบันทึกรายงานไปยังกรมอุทยานฯ และเมื่อมีการปรับพื้นที่ตัดต้นไม้ในจุดก่อสร้าง ตนก็ต้องทำบัญชีต้นไม้ที่ทำการตัดทิ้ง และรายงานไปยังกรมฯได้รับทราบ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และหากมีการตัดโค่นไม้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใด ต้องทำบันทึกรายงานให้กรมฯ ได้รับทราบ
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นไม้เล็กที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในงานวิจัย แต่ก็ยอมรับว่ามีไม้ที่พอจะสามารถใช้ประโยชน์ได้รวมอยู่ด้วยประมาณ 5 ต้น ซึ่งตัดเป็นท่อนๆ และขณะนี้ก็ยังกองอยู่ ณ จุดเดิม ภายในสวนพฤกษศาสตร์ฯ ใกล้จุดก่อสร้างเรือนรับรอง เช่น ไม้ก่อหมู ไม้พังตาล ไม้พะยอมเล็ก ไม้กอ และไม้ดังข้าว ซึ่งก็ได้ทำบัญชีบันทึกแจ้งไปที่กรมอุทยานฯ เช่นกัน ซึ่งเบื้องต้นได้แนบเอกสารแจ้งความประสงค์ไปกับบัญชีรายงานการตัดไม้ว่า สวนพฤกษศาสตร์ฯ เสนอขอนำไม้บางส่วนมาแปรรูปใช้ก่อสร้างศาลา และถ้าใช้ทั้งต้นได้จะนำไปทำเสร ส่วนไม้พังตาลจะใช้ประโยชน์ไม่ค่อยได้ แต่เมื่อล้มแล้วสามารถนำไปใช้สำหรับเป็นที่เกาะของพันธุ์ไม้วงเฟิร์น กล้วยไม้ หรือหม้อข้าวหม้อแกงลิง
นอกจากนั้น ยังมีต้นไม้อีก 2 ชนิด ที่ผู้สื่อข่าวพบเห็นกองอยู่ด้วย ได้แก่ ไม้ไทรตอก ซึ่งอยู่ในตระกูลไทร เนื้อในเป็นโพรง โดยเมื่อประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ได้ล้มลงขวางทางเดินศึกษาธรรมชาติ จึงให้เจ้าหน้าที่ลากมาเก็บไว้ ส่วนรากใหญ่ที่เห็นนั้น เป็นรากของต้นแซะใหญ่ ที่อยู่ติดกับสำนักงาน และได้ยืนต้นตาย ซึ่งตนเกรงว่าจะล้มทับสำนักงาน ดังนั้น เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตัดโค่น และใช้รถเครนถอนรากขึ้นมาเก็บไว้
"กรณีที่มีผู้นำชุมชนออกมาร้องเรียนเรื่องนี้ โดยอ้างว่าสวนพฤกษศาสตร์ฯ ได้ตกลงทำสัญญาประชาคมเอาไว้ และหากจะตัดโค่นต้นไม้ต้องแจ้งให้ชาวบ้านในพื้นที่ทราบด้วยนั้น เท่าที่ตนสอบถามกับหัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ฯ คนก่อนๆ ก็มีการยืนยันว่า ไม่เคยมีการทำบันทึกเอาไว้ เพียงแต่ยุคก่อนเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านไว้ เพื่อความร่วมมือ และการอยู่ด้วยกันอย่างมีส่วนร่วมมากกว่า ดังนั้น ยืนยันว่าสิ่งที่ตนเองดำเนินการไปสามารถอธิบายได้ และยินดีให้คณะกรรมการทุกชุดลงมาตรวจสอบ ซึ่งล่าสุดก็มาจากกรม ฯ และคงจะมีผลสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในสัปดาห์นี้"นายทรงชัย กล่าว







