posttoday
เลือกตั้งซ่อม กทม.ศึก3 สีบนศักดิ์ศรี แดง-เหลือง-ฟ้า

เลือกตั้งซ่อม กทม.ศึก3 สีบนศักดิ์ศรี แดง-เหลือง-ฟ้า

25 มิถุนายน 2553

โดย.. ทีมข่าวการเมือง

โดย.. ทีมข่าวการเมือง

เลือกตั้งซ่อม กทม.ศึก3 สีบนศักดิ์ศรี แดง-เหลือง-ฟ้า

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งซ่อม สส. กทม. เขต 6 แทน ทิวา เงินยวง ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ เป็นการลงชิงชัยของ 3 พรรคการเมืองด้วยกัน ประกอบด้วย พนิช วิกิตเศรษฐ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อแก้ว พิกุลทอง จากพรรคเพื่อไทย และ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ พรรคการเมืองใหม่ส่งเข้าประกวด  ดูจากหน้าตาและชื่อชั้นของพรรคการเมืองที่เข้าชิงชัย เชื่อว่าการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมคงมีสีสันน่าดู เพราะถือเป็นการต่อสู้ระหว่าง “รัฐบาล–เสื้อแดง–เสื้อเหลือง” ที่คงไม่มีใครยอมใครแน่

สาเหตุที่ทำให้สนามเลือกตั้งนี้มีความหมายมากสำหรับทุกพรรค ทั้งๆ ที่ตำแหน่งเก้าอี้ สส.ตัวนี้ถ้าจะว่าไปก็เป็นเพียง 1 เสียงในสภา ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลและพรรคการเมืองใหม่ได้ไปก็ไม่มีผลต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้อยู่แล้ว

สำหรับพรรคเพื่อไทย ความสำคัญของเวทีนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะใช้หาเสียงชี้แจงทำความเข้าใจกับคนกรุงเทพฯ เกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง หลังจากตกเป็นฝ่ายตั้งรับที่รัฐบาลใช้สงครามสื่อโจมตีแกนนำ นปช. และพรรคเพื่อไทย

ทำให้คนเสื้อแดงต้องคับแค้นใจที่ตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นต้นเหตุนำไปสู่การเผาเมือง และข้อกล่าวหามากมายว่าล้มสถาบัน ก่อการร้าย!! แกนนำพรรคเพื่อไทยวิตกอย่างหนัก เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยให้รัฐบาลกดหัวต่อไปเรื่อยๆ พรรคเพื่อไทยก็อาจจมธรณีใน กทม.

นอกจากใช้เวทีหาเสียงครั้งนี้ทำความเข้าใจกับคน กทม.ให้มากที่สุดแล้ว ยังต้องการเรียกขวัญกำลังใจของมวลชนคนเสื้อแดงในเมืองกรุง
แม้ว่า ก่อแก้ว จะมีมิตรรักแฟนเพลงไม่เท่ากับ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำ นปช. แต่ด้วยสถานะแกนนำ นปช.ที่ร่วมเคลื่อนไหว ก่อแก้ว ก็คือตัวแทนของคนเสื้อแดงทั้งมวลในศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ หากว่าที่ผู้สมัครเสื้อแดงสามารถฝ่ากระแส กทม.เข้าวินมานั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ ก็เท่ากับเป็นสัญญาณที่ดีของพรรคเพื่อไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์งานนี้มีแต่ “เสมอตัว” กับ “ขาดทุน” เพราะต้องรักษาเก้าอี้ตัวนี้ไว้ให้ได้ จึงกลายเป็นภาระหนักของอภิสิทธิ์ และแกนนำพรรคที่ห้ามแพ้เด็ดขาด เพื่อตอกย้ำว่าคนกรุงยังคงให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลอยู่

แม้ประเมินว่ากระแสคนกรุงส่วนใหญ่ไม่เอาเสื้อแดงจากเหตุเผาบ้านเผาเมือง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเมื่อสำรวจลงไปในพื้นที่เขต 6 แล้วล้วนมีแต่เครือข่ายของพรรคเพื่อไทยแทบทั้งสิ้น เขต 6 ประกอบด้วย คลองสามวา หนองจอก คันนายาว บึงกุ่ม มี สส.ได้ 3 คน แบ่งเป็นของประชาธิปัตย์ 2 คน คือ สมัย เจริญช่าง และทิวา เงินยวง (เสียชีวิต) ส่วนพรรคเพื่อไทยมีเพียง ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์

ดูเผินๆ ประชาธิปัตย์เหมือนจะได้เปรียบ เพราะมี สส.คุมพื้นที่อยู่แล้ว 2 คน แต่เมื่อเจาะลงไปในภาคการเมืองท้องถิ่นอย่างสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พบว่าเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น ได้แก่ ไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์ สก.หนองจอก พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สก.คันนายาว ธนกฤช พุกรักษา สก.บึงกุ่ม จะมีเพียง วิรัช อินช่วย สก.คลองสามวาเท่านั้นที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์  

นอกจากนี้ ในอดีตเขตเลือกตั้งดังกล่าวก็เป็นพื้นที่เก่าดั้งเดิมของพรรคไทยรักไทย การเลือกตั้งปี 2548 (ระบบเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียว) เขตนี้มี สส.พรรคไทยรักไทย 4 คน ประกอบด้วย พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ (บึงกุ่ม) เอกพจน์ วงศ์อารยะ (คันนายาว + สะพานสูง) มงคล กิมสูนจันทร์ (หนองจอก + ลาดกระบัง) วิชาญ มีนชัยนันท์ (คลองสามวา + มีนบุรี) กว่าที่พรรคประชาธิปัตย์จะขอแบ่งเก้าอี้พื้นที่ดังกล่าวได้ก็ต้องรอถึงปี 2550 พร้อมกับระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนเป็นแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ นี่จึงทำให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ใช่ของง่ายสำหรับพรรคสะตอ

ขณะที่พรรคการเมืองใหม่ถือว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ที่ตัดสินใจส่งผู้สมัคร สส. แต่ก็นับว่าผิดคาดกับการส่ง “พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ” เนื่องจากมีการคาดหมายว่าจะส่ง “สุริยะใส กตะศิลา” เลขาธิการพรรค หรือ “ศรัณยู วงษ์กระจ่าง” ลงแข่งไม่เท่านั้น ยังปรากฏร่องรอยความขัดแย้งพอควรระหว่างบรรดาแนวร่วมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ไม่เห็นด้วยกับการส่ง พล.อ.กิตติศักดิ์ รวมถึงการสวมคอนเวิร์สระหว่าง สนธิ ลิ้มทองกุล กับ วีระ สมความคิด  เมื่อดูโอกาสของพรรคการเมืองใหม่แล้วเป็นไปได้ยากที่จะเป็น “ตาอยู่” สอดแทรกสองพรรคใหญ่ “ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย”

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเป็นพรรคที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ บวกกับการมีภาพของ พธม.เป็นเงาครอบอยู่ ซึ่งคนที่ไม่พอใจการเคลื่อนไหวของม็อบเหลือง โดยเฉพาะการยึดสนามบินก็ยังมีไม่น้อย ขณะที่ตัว พล.อ.กิตติศักดิ์ ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก

ที่สุดแล้วเวทีเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ของพรรคการเมืองใหม่น่าจะเป็นการใช้โอกาสประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า

ฉะนั้น ศึกศักดิ์ศรีรอบนี้เป็นการวัดกระแสคนกรุงของ “สามพรรค-สามสี” ที่มีจุดแข็งและธงการเคลื่อนไหวเด่นชัดระหว่าง “ความถูกต้องปราบโกง-สองมาตรฐาน–นิติรัฐความสงบ” ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีแฟนคลับคับคั่งในเมืองกรุง

กระแสคนกรุงที่วูบวาบ 25 ก.ค. วันเลือกตั้งซ่อม จะได้รู้ว่าห้วงเวลาที่บ้านเมืองขัดแย้ง ไล่ล่า ต่อสู้ คนกรุงจะเลือกสิ่งใด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท