
บันทึกสำนักพุทธฯ ที่สุวพันธุ์รายงานให้ มส.เบาใจ
การประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 9/2558 วันที่ 30 มี.ค. 2558 ณ ห้องประชุมอาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
โดย...สส
การประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 9/2558 วันที่ 30 มี.ค. 2558 ณ ห้องประชุมอาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีกรรมการ มส.เข้าประชุม 13 รูป โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุม
เริ่มประชุมเวลา 14.00 น.
ก่อนเริ่มการประชุมตามระเบียบวาระ พนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ขอประทานอนุญาตให้ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เข้าถวายสักการะ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานที่ประชุม สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายรายงานต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมโดยสรุปดังนี้
การปฏิรูป 3 ส่วน
ปัจจุบันเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนามีส่วนที่เกี่ยวข้องสำคัญอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งมีคณะที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ คณะกรรมาธิการเกี่ยวข้องกับค่านิยมทางด้านวัฒนธรรมและศาสนา คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปศาสนา และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งมี ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา
สถานะปัจจุบันในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ มีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาที่เป็นทางการแล้วหนึ่งคณะด้วยกันก็คือคณะกรรมการของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งได้เสร็จสิ้นภารกิจไปแล้ว โดยได้เสนอผลการศึกษาข้อพิจารณาต่างๆ ให้แก่สภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2558
ผลการศึกษาของคณะกรรมการของ ไพบูลย์ นิติตะวัน สภาปฏิรูปแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้นำเสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
ปัจจุบันนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อเช้านี้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแจ้งด้วยวาจาว่าคณะกรรมการของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ได้หมดสิ้นภารกิจลงไปแล้ว และจะไม่มีรายงานอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีก รวมทั้งจะไม่มีข้อกฎหมายใดๆ ที่จะเสนอโดยอาศัยพื้นฐานของการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้
ในการประชุมเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2558 นั้น มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติท่านหนึ่งได้เสนอขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับวัดและเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ ซึ่งท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ได้แจ้งสมาชิกที่ประชุมในวันนั้นว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา เป็นเรื่องที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจะหารือกับทางรัฐบาลต่อไป เพราะฉะนั้นเรื่องของกฎหมายต่างๆ ที่จะออกมาบนพื้นฐานการศึกษาของคณะกรรมการชุดของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ก็จะไม่มีการริเริ่มจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็อาจจะยังมีการศึกษาเรื่องราวและข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปสู่ข้อพิจารณาส่งมอบให้กับรัฐบาลต่อไปได้อีกเช่นกันแต่เท่าที่ประสานงานอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีผลการศึกษาใดที่จะมีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา
สนช.เสนอแก้พรบ.สงฆ์
ประการที่ 2 สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีการศึกษาเรื่องเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา โดยมีคณะกรรมาธิการศาสนาเป็นผู้ทำการศึกษา ปัจจุบันนี้จากการประสานงานก็ยังไม่พบการศึกษาใดที่จะมีผลกระทบทางลบกับกิจการทางพระพุทธศาสนา
อย่างไรก็ตาม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านได้เสนอความเห็นเป็นเอกสารไปยังคณะกรรมาธิการชุดนี้ ให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505
นอกจากนี้ สมพร เทพสิทธา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ได้เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เช่นกัน สถานะปัจจุบัน คือ ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ในส่วนนี้
ประการที่ 3 คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รัฐบาลปัจจุบันมีหลักการชัดเจนว่าการดำเนินการใดๆ ก็แล้วแต่จะมีการหารือคณะสงฆ์เป็นหลัก
ชะลอ พรบ.อุปถัมภ์
ปัจจุบันมีร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และโดยขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ตนเองในฐานะรัฐมนตรีเจ้าสังกัดจะส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อนำไปสู่การออกเป็นกฎหมายต่อไป แต่ทางชั้นต้นนี้ ได้มีการหารือกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่แล้วเห็นว่าควรจะมีการศึกษาทบทวน เพื่อดูให้รอบด้านครอบในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กฎหมายฉบับนี้จึงได้ชะลอไว้ก่อน
โดยสรุปแล้ว การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาทั้งหมดของทั้งสามองค์กรหลัก ในปัจจุบันจะถูกส่งมาไว้ที่รัฐบาลเป็นหลัก
หารือสงฆ์ก่อนออก พรบ.ใหม่
เรื่องของการออกกฎหมาย ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวใดๆ ก็แล้วแต่ กฎหมายที่เสนอโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ กฎหมายที่เสนอโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติอย่างชัดเจนว่า กฎหมายที่เสนอโดย 2 องค์กรนี้ เมื่อเข้าวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการนั้น ต้องส่งให้รัฐบาลได้พิจารณาก่อนที่จะรับหลักการ รัฐบาลจะต้องมีเวลาอย่างน้อย 20 วัน ในการที่จะศึกษาทบทวนกฎหมายที่ริเริ่มโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยรัฐบาลจำเป็นต้องไปศึกษาเพื่อดูร่างกฎหมายที่มีอยู่เดิม ดูเจตนาที่มีอยู่เดิม รวมทั้งได้ศึกษาพิจารณาร่วมกับองค์กรต่างที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อศึกษาเรียบร้อยแล้วก็จะทำเป็นข้อสังเกต ข้อพิจารณาต่างๆ ส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อนำเข้าสู่วาระรับหลักการคือวาระที่ 1 ต่อไป เพราะฉะนั้นกฎหมายทุกฉบับไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับกิจการเรื่องใดก็แล้วแต่ จะต้องผ่านรัฐบาลเป็นหลัก
ปัจจุบันนี้ มีนโยบายจากนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม อย่างชัดเจนว่า กฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ หรือเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา จะต้องมีการหารือกับทางคณะสงฆ์ก่อน เพื่อพิจารณา เพื่อศึกษาในทุกประเด็นให้รอบด้าน
ประเด็นสำคัญต่อมา คือแนวทางในการดำเนินการหลังจากได้รับผลการศึกษา ข้อเสนอ ข้อพิจารณา ข้อสังเกตต่างๆ จากสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว โดยเฉพาะจากกรรมการของชุด ไพบูลย์ นิติตะวัน ในขั้นตอนนี้ มีองค์กรที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ส่วนด้วยกันก็คือ 1.รัฐบาล 2.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 3.คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคมหรือผู้แทน ทั้งสามองค์กรนี้จะต้องมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือพิจารณาข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป
เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว คงจะต้องปรึกษาหารือกับทางมหาเถรสมาคมเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันต่อไป
ประเด็นสุดท้าย เรื่องของกระแสสังคมในปัจจุบัน ซึ่งต้องการให้มีการปรับปรุงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เรื่องที่ควรจะดำเนินการได้ในประเด็นนี้ควรเป็นการสร้างสรรค์สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับพระพุทธศาสนาเป็นหลัก
ตัวอย่างสร้างสรรค์
ตัวอย่างเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนวัดที่ จ.ขอนแก่น ได้ไปเห็นการจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นแผนกบาลีหรือแผนกสามัญศึกษา ล้วนเป็นประโยชน์ต่อคณะสงฆ์และคฤหัสถ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วยเช่นกัน จึงสามารถที่จะหยิบยกขึ้นมาดำเนินการได้
ผลการศึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้เมื่อมีการศึกษาหารือกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว น่าจะออกมาเป็นเหมือนกับแผนที่นำทางหรือโรดแมป (Roadmap) ในการที่จะปรับปรุงบางสิ่งบางอย่างในการศึกษาสงฆ์เพื่อทำให้พระพุทธศาสนาเข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น
รัฐบาลเองก็พร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ตลอดเวลา และที่ผ่านมารัฐบาลก็ถือว่าได้รับความเมตตาจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้สนทนาและให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มาโดยตลอด คิดว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานระหว่างรัฐบาลกับคณะสงฆ์ได้ต่อไปในอนาคต
เมื่อ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายรายงานต่อที่ประชุมจบแล้ว สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานที่ประชุม ได้กล่าวอนุโมทนาต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในนามของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมหลังจากนั้น จึงเริ่มการประชุมตามระเบียบวาระปกติ







