
จี้รัฐทบทวน1.5 หมื่นล้านสร้างโรงงานยาสูบใหม่
จี้รัฐบาลทบทวน1.5 หมื่นล้านสร้างโรงงานยาสูบใหม่ ชี้ควรผ่านกฎหมายควบคุมยาสูบมากกว่า
จี้รัฐบาลทบทวน1.5 หมื่นล้านสร้างโรงงานยาสูบใหม่ ชี้ควรผ่านกฎหมายควบคุมยาสูบมากกว่า
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายคำรณ ชูเดชา ที่ปรึกษาเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง แกนนำคนสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 กล่าวถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงการคลังสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่ด้วยงบประมาณ1.5หมื่นล้านบาท ว่า ที่ผ่านมาภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ และกระทรวงสาธารณะสุข พยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ ที่มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากภัยบุหรี่ และข้อสำคัญคือการปกป้องเด็กและเยาวชน แต่การตั้งโรงงานยาสูบจึงเป็นเหมือนเหรียญสองด้านที่มีเจตนารมณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะต้องไม่ลืมว่าเด็กและเยาวชนไทย ตอนนี้สูบบุหรี่มากกว่า1.6ล้านคน และเด็กที่ติดบุหรี่มีความเสี่ยงนำไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่นอีก10เท่า
“เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่รัฐบาลชุดนี้กลับเลือกที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่อย่างรวดเร็ว ทั้งที่โรงงานยาสูบพยายามเสนอเรื่องนี้กับทุกรัฐบาล แต่ก็ไม่มีรัฐบาลไหนให้ความเห็นชอบ ซึ่งในสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนจะให้งบประมาณกับโรงงานยาสูบ ก็ได้ออกมาตรการควบคุมเพราะห่วงใยในสุขภาพประชาชน แต่รัฐบาลปัจจุบันกลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม นั้นหมายความว่าประสิทธิภาพในการผลิตและพัฒนากระบวนการต่างๆของโรงงานยาสูบก็จะสูงขึ้น สิ่งที่จะตามมาย่อมเป็นความเจ็บป่วยและล้มตายของประชาชน ซึ่งทุกวันนี้มีคนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่มากกว่า50,000คนต่อปี ยังไม่นับรวมคนป่วย และผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอีกมหาศาล ซึ่งเมื่อคิดเป็นมูลค่าที่รัฐต้องจ่าย รวมทั้งการเสียโอกาสสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า52,000 ล้านบาท ต่อปี”นายคำรณ กล่าว
ที่ปรึกษาเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวด้วยว่า ขอตั้งคำถามว่า ทั้งชีวิตและมูลค่าความสูญเสียดังกล่าวยังไม่พออีกหรือ รัฐบาลไม่ควรลังเลอีกต่อไป ในการเร่งผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฉบับใหม่ เพราะแค่ไฟเขียวสร้างโรงงานยาสูบก่อนมีมาตรการควบคุม ก็ถือเป็นความเสียหายมากพอแล้ว และอยากขอร้องบริษัทยาสูบข้ามชาติให้ยุติการแทรกแซง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ขอให้ยุติการจัดตั้งนอมินีออกมาเคลื่อนไหว อ้างกระทบชาวไร่ยาสูบและผู้ค้ารายย่อย เพราะเป็นการบิดเบือนข้อมูล และเป็นไปเพื่อรักษาประโยชน์ของอุตสาหกรรมยาสูบทั้งสิ้น โดยเครือข่ายภาคประชาชนที่เคยร่วมกันผลักดัน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะจับมือกับเครือข่ายที่ทำงานต้านบุหรี่ เพื่อต่อสู้กับอุตสาหกรรมยาสูบในทุกรูปแบบ







