
เสริมเข้มองค์กรอิสระ สร้างจุดโฟกัส ลดความตึงตัว
ในการวิจัยเรื่อง “การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรอิสระเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน” โดยศึกษาในส่วนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
โดย...ธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ในการวิจัยเรื่อง “การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรอิสระเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน” โดยศึกษาในส่วนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนจากการจัดทำ “ดัชนีงบประมาณโปร่งใส” (Open Budget Index 2012) เพียง 35 จาก 100 คะแนน ซึ่งสะท้อนว่าในภาพรวมของความโปร่งใสในกระบวนการกำหนด จัดสรร และตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในเรื่องนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ “แย่”
อย่างไรก็ดี แม้คะแนนในภาพรวมจะไม่น่าพอใจนัก แต่ประเทศไทยก็ยังทำได้ดีในเรื่องของการมีองค์กรตรวจสอบการใช้งบประมาณ ซึ่งหมายถึง สตง.ที่เข้มแข็ง โดยไทยได้คะแนน 67 จาก 100 คะแนนในส่วนนี้
ความเข้มแข็งดังกล่าวของ สตง.นั้น มาจากความเป็นอิสระภายในองค์กรที่อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ หากยึด “หลักความเป็นอิสระ 8 ประการของ INTOSAI” (International Organization of Supreme Audit Institutions) เป็นเกณฑ์เพื่อประเมิน สตง.ไทย จะพบว่า สตง.มีกฎหมายรับรองความเป็นอิสระ มีคณะผู้บริหาร ซึ่งหมายถึง คตง. และผู้ว่าการ สตง.ที่มาจากกระบวนการสรรหาที่โปร่งใส และมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลระหว่างตรวจสอบและกำหนดทิศทางการทำงานของตนเองได้ อย่างไรก็ดี จุดอ่อนของ สตง.ไทยยังคงอยู่ที่ หนึ่ง การเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบประจำปีที่ล่าช้า อันมีสาเหตุมาจากการที่ต้องคอยรัฐสภาและรัฐบาลพิจารณารายงานดังกล่าวก่อน และสอง ทรัพยากรบุคคลและงบประมาณที่จำกัด
แม้ สตง.เป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการตรวจสอบทุจริต แต่ปัจจุบันมีอำนาจเพียงการปรับโทษทางปกครอง แต่ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับผู้ทุจริตได้ แต่หากมองกว้างๆ ปัญหาขององค์กรอิสระทั่วไปของไทยคล้ายๆ กับ สตง. นั่นคือมีภาระงานค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนบุคลากรและงบประมาณในการดำเนินงานส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน
ข้อเสนอแนะสำหรับอำนาจการบริหารงานว่า สตง.อาจจัดจ้างหน่วยงานภายนอก (Outsource) มาร่วมทำหน้าที่ในงานตรวจสอบเฉพาะทาง โดยเฉพาะการประเมินความคุ้มค่าของโครงการต่างๆ ที่ลักษณะเฉพาะ และ สตง.ควรมีอำนาจยับยั้งการเบิกจ่ายงบประมาณในระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับกฎระเบียบการจ้างในส่วนของอัตราเงินเดือนของพนักงาน สตง.ควรกำหนดอัตราการจ้างงานที่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะให้เข้ามาร่วมงาน ซึ่งจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่ในด้านความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยเฉพาะการเปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบหน่วยงานรัฐ ควรมีการกำหนดให้รัฐสภาและรัฐบาลต้องรับรองรายงานของ สตง.ภายในกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนและไม่นาน เช่น 3 เดือน เพื่อให้ สตง.เปิดเผยรายงานต่อประชาชนได้
โดยสัดส่วนความเสียหายมีสาเหตุมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ สตง.ตรวจพบทั้งหมด ระหว่างปี พ.ศ. 2549-2553 พบว่า โครงการบ้านเอื้ออาทรพบการทุจริตมากที่สุดถึง 38% โครงการรับจำนำข้าวเปลือก 25% โครงการกองทุนรวมเพื่อช่วยเกษตรกร 11% และโครงการยิบย่อยอื่นๆ รวม 26% ซึ่งความเสียหายในระยะเวลา5 ปีนั้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 150,675 ล้านบาท
สำหรับบทสรุปขององค์กรอิสระในด้านโครงสร้างนั้น ควรมีความหลากหลายทั้งในเรื่องกรรมการสรรหาและกรรมการบริหาร ขณะเดียวกันควรมีการกำหนดวงเงินงบประมาณที่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจจะพิจารณาจากแหล่งรายได้ต่อหัวประชากรที่แน่นอนในกฎหมายและหน่วยงานราชการที่จัดสรรเงินเพื่อให้ สตง.ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาล
ที่สำคัญองค์กรเหล่านี้ไม่ควรมีอุปสรรคในการสร้างความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อประชาชน เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับรู้ผลงานและรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วย







