
บทเรียนของ Smartphone…
พัฒนาการอุปกรณ์สื่อสารเป็นพัฒนาการที่เร็วกว่าอุปกรณ์ใดๆ ในโลกปัจจุบันนี้ Smartphone คือผลผลิตที่มาพร้อมกับความก้าวหน้านั้น
โดย...ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารในภาวะวิกฤต บริษัท IMAGEPOOL
พัฒนาการอุปกรณ์สื่อสารเป็นพัฒนาการที่เร็วกว่าอุปกรณ์ใดๆ ในโลกปัจจุบันนี้ Smartphone คือผลผลิตที่มาพร้อมกับความก้าวหน้านั้น
ช่วง 30 ปีที่ผ่านมาโลกได้เปลี่ยนให้การโทรศัพท์ที่ติดอยู่กับสายกลายมาเป็นระบบไร้สายและลดขนาดให้ลงมาใส่ในกระเป๋าเสื้อพกพาไปไหนมาไหนได้มันยังทำงานได้สารพัด...ความจริงแล้ว Smartphone ในปัจจุบันคือคอมพิวเตอร์ขนาดกระเป๋าชนิดหนึ่ง และมันยังพัฒนาต่อไปไม่หยุดค่ะ...
ในอนาคต Smartphone จะกลายพันธุ์เข้าไปเป็นส่วนประกอบร่วมอยู่กับอุปกรณ์ใช้สอยอย่างอื่นของมนุษย์ เช่น แว่นตา ปากกา นาฬิกาข้อมือ Smartphone จะบางลงเหมือนไพ่ และอาจคลี่ออกมาได้เหมือนพัด บางแบบจะมองได้ใสทะลุได้เหมือนอากาศธาตุคำศัพท์ที่เหมาะสมกับอุปกรณ์เหล่านั้นบางคำก็ได้คิดขึ้นใช้เรียกล่วงหน้าแล้วเช่น PlasticPhone, PaperPhone, PaperComputer, E-paper, E-ink
แม้วิวัฒนาการของโทรศัพท์เหล่านี้จะพัฒนาขึ้นมากจนดีกว่าซูเปอร์ Computer นักวิจารณ์กลับบอกว่าตลาด Smartphone ปัจจุบันนี้ จุดสำคัญในการตัดสินใจอย่างมากคือ กล้องถ่ายภาพและจอที่ให้ภาพได้สวย ซึ่งทั้ง iPhone และ Samsung และผู้ผลิตรายอื่นๆ ต่างก็รู้ในความต้องการนี้และให้น้ำหนักในการปรับคุณสมบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างสุดๆ
ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งโดนเบียดไปในรุ่นก่อนจะได้รับการแก้ไขในรุ่นต่อไปให้เท่าเทียมหรือดีกว่าอีกฝ่ายทันที จะไม่ทิ้งไว้ให้เป็นจุดอ่อนที่แพ้อีกฝ่ายอย่างเรื้อรัง อย่างเช่น ตอนสมัยที่ iPhone 2G จนถึง 4s ถูกโจมตีว่าใช้สายชาร์จที่มีขนาดใหญ่กว่าชาวบ้านหรือที่เรียกกันว่า 30 pin แน่นอนว่า Apple ก็ไม่ได้ปล่อยให้จุดอ่อนนี้เป็นแผลอยู่นานนัก และออกสายชนิดใหม่ ซึ่งเล็กลงกว่าเดิมเรียกว่า Lightning พร้อมกับการปรากฏตัวของ iPhone 5
ย้ำไว้เลยค่ะว่า...องค์กรต้องไม่ปล่อยให้มีจุดอ่อนที่เรื้อรังเด็ดขาด
โลกของ Smartphone ปัจจุบัน เมื่อมองผ่านการแข่งขันของ iPhone และ Samsung ออกไปแล้ว เราคงไม่ลืมว่ายังเคยมียักษ์ใหญ่ตัวสำคัญที่เคยผงาดมาในอดีตบางรายที่ค่อยๆ ถูกเบียดหายออกจากเวทีไป เช่น Nokia, Ericsson, LG และ Blackberry
ถ้าจะกล่าวถึงบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งฟินแลนด์แล้วแน่นอนจะขาดไม่ได้ก็คือ Nokia อะไรคือจุดที่ทำให้บริษัทที่เคยรุ่งเรืองไร้คู่แข่งอยู่นับสิบๆ ปีล่มสลายถูกปลดป้ายลงและถูก Take Over โดยบริษัท Microsoft นั่นก็เพราะ “ความชะล่าใจและเพิกเฉย” เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีคู่แข่ง แม้ในวันที่ iPhone เปิดตัว
แต่ Nokia ก็พยายามเรียกสาวกตัวเองกลับมาอีกครั้งด้วยฟางเส้นสุดท้าย โดยการประกาศเป็นพันธมิตรกับ Microsoft หันไปพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองร่วมกัน เรียกว่า Windows Phone แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังสอบตก เพราะ Windows Phone ยุคแรกของ Nokia นั้นเป็นได้เพียงแค่ Feature Phone ที่รัน Application ได้ ซึ่งยังไม่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้ตามต้องต้องการ
ในทางธรุกิจ...ผลิตภัณฑ์ที่จัดการกับความผิดพลาดอย่างฉับพลันและยังพัฒนาให้เหนือคู่แข่งไปเป็นจุดขาย คือผู้ที่จะได้ลิ้มลองความสำเร็จอันหอมหวานนั้น แต่ใครพลาดแล้วไม่แก้ไขให้สำเร็จและไม่พัฒนาผลิตภัณฑ์ รับรองว่าเจ็บแน่นอน...
(อ่านต่อวันศุกร์หน้าค่ะ)







