posttoday
ศอฉ.ไฟเขียวเลือกตั้งซ่อมส.ส.

ศอฉ.ไฟเขียวเลือกตั้งซ่อมส.ส.

24 มิถุนายน 2553

ศอฉ.ตอบกลับข้อหารือกกต.ไฟเขียวจัดเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต6กทม. จับตาปราศรัยหาเสียงต้องไม่ปลุกการระดม กองเชียร์ต้องสลายตัวทันทีหลังทราบผล      

ศอฉ.ตอบกลับข้อหารือกกต.ไฟเขียวจัดเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต6กทม. จับตาปราศรัยหาเสียงต้องไม่ปลุกการระดม กองเชียร์ต้องสลายตัวทันทีหลังทราบผล      

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือตอบกลับจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือศอฉ. ถึงข้อหารือเกี่ยวกับความชัดเจนเรื่องการจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต6กทม. และนำเรื่องดังกล่าวแจ้งให้กกต.ทุกคนรับทราบแล้ว ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมในสัปดาห์หน้า โดยด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งจะนำไป ศึกษาก่อน ทั้งนี้ ศอฉ.ตอบกลับข้อหารือของกกต.ชี้แจงเป็นข้อๆ ระบุว่า

1.การเลือกตั้งเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ หากบุคคลใดได้ดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอยู่ในกรอบของรัฐ ธรรมนูญ และกฎหมาย ย่อมได้รับการรับรองให้ดำเนินการได้ โดยประกาศหรือข้อกำหนดของ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยใน บ้านเมือง และไม่มีผลเป็นการขัดขวางต่อกระบวนการเลือกตั้งที่กระทำโดยชอบแต่อย่างใด
      
2.การที่ ศอฉ.ออกประกาศห้ามชุมนุม หรือมั่วสุมเกิน 5 คนนั้น มิใช่เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและยังมีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรมหรือดำเนินชีวิตโดยปกติภายใต้กรอบกฎหมาย การจะถือว่ามีความผิดจะต้องปรากฏว่าเป็นการชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ห้าคน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง โดยมีลักษณะการกระทำ อาทิ กีดขวางการจราจร กีดขวางทางเข้าออกของอาคาร หรือสถานที่อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงาน หรือประกอบกิจการ หรือการใช้ชีวิตโดยปกติ มีการประทุษร้าย หรือใช้กำลังทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหาย และเกรงกลัวอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน การขัดขืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งการเกี่ยวกับการชุมนุมเพื่อให้ เป็นไปโดยสงบ และไม่เกิดความเดือดร้อน

ส่วนประเด็นที่ กกต.สอบถามถึงกรณีต่างๆ โดยประเด็นเรื่องวันรับสมัครจะมีประชาชนไปชุมนุมเกิน 5 คน เพื่อเป็นกองเชียร์ หรือสนับสนุนให้กำลังใจแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงการสังเกตการณ์ และเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนนั้น ศอฉ.ระบุว่า ประชาชนมีสิทธิในการแสดงออกเพื่อสนับสนุนผู้สมัครรรับเลือกตั้ง หรือติดตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การเดินทางไปให้กำลังใจแก่ผู้สมัครในวันรับสมัครหรือสังเกตการณ์ และเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน จึงเป็นสิทธิที่กระทำได้โดยไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศของ ศอฉ.แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและยุติในเวลาอันควร เมื่อกระบวนการเกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จสิ้น โดยมิกระทำการอื่น ที่เป็นการก่อความไม่สงบ ซึ่งหากมีการกระทำที่นอกเหนือจากขอบเขตย่อมอยู่ในเงื่อนไขการห้ามชุมนุม
      
ประเด็นเรื่องการจัดเวทีปราศรัยหาเสียงหรือขบวนรถหาเสียงซึ่งอาจมี ประชาชนเข้าร่วมรับฟังหรือมาร่วมชุมนุมเกิน 5 คน ศอฉ.ชี้แจงว่า การปราศรัยหาเสียงเป็นกระบวนการที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงหาเสียงได้ตามปกติ แต่การปราศรัยต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการแถลงนโยบายให้ทราบประกอบการ ตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย และต้องไม่ยุยงให้มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรือกระทำการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยได้ แต่ต้องเป็นการรับฟังโดยสุจริตเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง มิได้มีการกระทำที่มีเจตนาล่วงละเมิดต่อกฎหมายเพื่อให้เกิดความไม่สงบ ซึ่งหากมีการชุมนุมโดยมีวัตถุประสงค์เช่นนั้นก็เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
      
สำหรับประเด็นเรื่องประกาศกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงไม่เกินคนละ 1.5 ล้านบาท หากผู้สมัครรายใดถูกสั่งห้ามทำธุรกรรมจะดำเนินการอย่างไร ศอฉ.ชี้แจงว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถยื่นคำขอต่อหัวหน้าผู้รับผิดชอบคือพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เพื่อจ่ายเงินในการเลือกตั้งได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท