
ร้อนวิปริต-พายุกระหน่ำ ต้นพ.ค.ระอุอีก43องศาฯ
ผ่านความชุ่มฉ่ำของเทศกาลสงกรานต์มาแล้ว 1 สัปดาห์ อุณหภูมิในหลายพื้นที่ทวีความร้อนแรง
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ผ่านความชุ่มฉ่ำของเทศกาลสงกรานต์มาแล้ว 1 สัปดาห์ อุณหภูมิในหลายพื้นที่ทวีความร้อนแรง โดยเฉพาะภาคกลาง อีสาน และเหนือ อุณหภูมิเฉลี่ยสูง 36-38 องศาเซลเซียส โดยหลายๆ จังหวัดมีช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดสูง 40-42.5 องศาเซลเซียส
วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า แม้ช่วงนี้อากาศจะร้อนจัด แต่จากนี้อุณหภูมิจะเย็นลงเพราะมีพายุฤดูร้อนเข้ามา ดังนั้นวันที่ 27 เม.ย. ที่คาดการณ์ว่าอากาศจะร้อนที่สุดในรอบปี ก็คงไม่ร้อนมาก เพราะมีฝนมาช่วยลดความร้อนสะสม ดังนั้นสิ่งที่ต้องกังวลในตอนนี้ไม่ใช่อากาศร้อน แต่เป็นผลกระทบจากพายุฤดูร้อนมากกว่า
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพายุฤดูร้อนไปแล้ว อากาศจะกลับมาร้อนอีกครั้งในช่วงต้นเดือน พ.ค. ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดที่ในปีนี้คาดว่าในหลายพื้นที่จะสูงถึง 43 อาศาเซลเซียสแน่นอน
วันชัย กล่าวด้วยว่า อากาศร้อนจะยาวนานไปจนถึงกลางเดือน พ.ค. จากนั้นจะเย็นลงและเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนต่อไป
อนึ่ง ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ในช่วงวันที่ 21-25 เม.ย. ไล่ตั้งแต่ภาคอีสานที่จะเจอพายุระหว่างวันที่ 21-23 เม.ย. ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก วันที่ 22-25 เม.ย. และภาคใต้ 23-25 เม.ย. ช่วยให้อากาศคลายความร้อนลง บางพื้นที่อุณหภูมิจะลดลง 7-10 องศาเซลเซียส
ขณะที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสานเริ่มได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า มีจังหวัดในภาคอีสานได้รับผลกระทบ รวม 9 จังหวัด 13 อำเภอ 22 ตำบล 35 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 682 หลัง
ที่ จ.นครพนม เกิดพายุและลูกเห็บตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน โพนสวรรค์ ศรีสงคราม และนาแก เสียหายรวมกว่า 500 หลังคาเรือน เช่นเดียวกับที่ จ.กาฬสินธุ์ เกิดลมพายุโหมกระหน่ำกลางดึกคืนวันที่ 21 เม.ย. ในพื้นที่ อ.ห้วยเม็ก รวม 3 ตำบล คือ ต.ห้วยเม็ก คำใหญ่ และบึงนาเรือง ทำให้สังกะสีมุงหลังคาถูกลมพัดปลิวว่อน ต้นไม้หักโค่นเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนเสียหาย 88 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่จะถูกลมพายุพัดเอาหลังคาออกเกือบทั้งหมด
ชัยโย ลำมะนา ชาวบ้าน ต.คำใหญ่ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นพายุฤดูร้อนที่พัดรุนแรงขนาดนี้ แรงลมนอกจากจะพัดสังกะสีออกไปแล้ว ยังทำให้ฝาข้างบ้านหลุดออกจนต้องหาเชือกมาผูกไว้เลยทีเดียว
ส่วนที่ จ.อุดรธานี เกิดพายุถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่วัดภูผาแดง ใน ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ ถูกพายุถล่มเสียหายอย่างหนัก มีต้นตะเคียนขนาด 2 คนโอบ อายุ 100 กว่าปี ล้มทับชาวบ้านที่มา
ทำบุญเสียชีวิต 2 คน ต้นไม้ขนาดใหญ่อีกหลายต้นภายในวัดล้มทับกุฏิพระ โรงทาน และรถยนต์เสียหายหลายคัน ส่วนที่ ต.หนองอ้อโนนหวาย ก็มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับเสาไฟฟ้าจนไฟดับ รวมทั้งที่ อ.ศรีธาตุ และวังสามหมอ พายุก็พัดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มกว่า 50 ต้น ทำให้ไฟฟ้าใน 2 อำเภอนี้ใช้การไม่ได้
ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า พายุที่พัดถล่มครั้งนี้ถือว่าหนักสุด ตั้งแต่เกิดมาถึงอายุ 70 ปียังไม่เคยมีพายุรุนแรงจนถึงขนาดต้นตะเคียนยักษ์อายุกว่า 100 ปี หักโค่นเช่นนี้มาก่อน
เช่นเดียวกับที่ จ.อำนาจเจริญ เกิดฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงคืนวันที่ 21 เม.ย. ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรใน 5 อำเภอ พังเสียหายรวม 113 หลังคาเรือน ส่วนที่ จ.มุกดาหาร พายุพัดกระหน่ำตัวเมืองมุกดาหาร ทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มได้รับความเสียหาย ต้นไม้หักโค่นล้มทับทางสัญจรบนถนนหลายสาย
วิมล ศรีวะวงศ์ ชาว อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า เกิดมาจนอายุ 40 ปี ยังไม่เคยพบเคยเห็นพายุที่รุนแรงมากขนาดนี้ ตอนเกิดพายุฝนฟ้าคะนองได้ยินเสียงบ้านลั่นดังเอียดๆ และลมหอบเอาหลังคาบ้านไปหมด รู้สึกกลัวมากจนต้องหลบอยู่หลังตู้อย่างหวาดผวา
ด้าน จ.สุรินทร์ พายุถล่มช่วงค่ำวันที่ 21 เม.ย จนทำให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อ.เมือง ได้รับความเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน นอกจากนี้ยังมียุ้งข้าว คอกสัตว์ สถานที่ราชการ โกดังเก็บสินค้า ได้รับความเสียหลายแห่ง
นอกจากภาคอีสานแล้ว ในภูมิภาคอื่นก็เริ่มมีรายงานความเสียหายจากพายุเข้ามา เช่น จ.เชียงราย เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตติดต่อ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มาจนถึง อ.เวียงป่าเป้า มีเสาไฟฟ้าล้มติดต่อกัน 10 ต้น บนทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย กิโลเมตรที่ 82-83 เสาไฟฟ้าล้มทับรถสองแถวโดยสารกลางคันรถ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน ก็เกิดพายุฝนและลูกเห็บ ทำให้ต้นไม้กว่า 10 ต้น หักขวางทางหลวงหมายเลข 108 กิโลเมตรที่ 291–314 บ้านแม่สุริน-แม่จ๋า
ขณะเดียวกัน ที่ จ.ชลบุรี วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดพายุลมกระโชกแรงในพื้นที่เมืองพัทยานานกว่า 1 ชั่วโมง และเกิดพายุงวงช้างขนาดใหญ่พัดผ่านถนนสายทุ่งกลม ตาลหมัน-บ้านหนองหิน-หนองกระบอก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ล้มเป็นทางยาวกว่า 29 ต้น สายไฟฟ้าห้อยระโยงระยาง รถยนต์ที่จอดไว้ข้างทางเสียหายหลายคัน







