posttoday
"บวรศักดิ์"ยันรธน.ใหม่ไม่ได้สร้างรัฐราชการ

"บวรศักดิ์"ยันรธน.ใหม่ไม่ได้สร้างรัฐราชการ

22 เมษายน 2558

บวรศักดิ์ แจงใช้ระบบคณะกรรมการตั้งข้าราชการสอดคล้องกับต่างประเทศ มีต้นแบบจากอังกฤษ ชี้ อำนาจชี้ขาดสุดท้ายยังอยู่ที่นายกฯ

บวรศักดิ์ แจงใช้ระบบคณะกรรมการตั้งข้าราชการสอดคล้องกับต่างประเทศ มีต้นแบบจากอังกฤษ ชี้ อำนาจชี้ขาดสุดท้ายยังอยู่ที่นายกฯ

วันที่ 22 เม.ย. การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่ออภิปรายให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกในช่วงบ่าย ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยช่วงหนึ่งมีสมาชิกสปช.ได้กล่าวแสดงความไม่พอใจที่ไม่มีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญเข้ามานั่งรับฟังความคิดเห็นของสปช.ในห้องประชุม จึงเสนอให้พักการประชุมก่อนจนกว่ากมธ.ยกร่างฯจะกลับเข้ามาร่ววมประชุม

น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานสปช. คนที่ 2 ในฐานะประธานการประชุม ต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าคณะกมธ.ยกร่างฯได้แจ้งต่อประธานสปช.ว่าจะขอออกไปประชุมเป็นเวลา 30 นาที โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จดประเด็นการออภิปรายของสมาชิกสปช.ไว้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ที่่สุดแล้วนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกมธ.ยกร่างฯ พร้อมด้วยกมธ.ยกร่างฯบางส่วนกลับเข้ามาห้องประชุมตามปกติ

นายบวรศักดิ์ ชี้แจงถึงการต้องออกไปประชุมข้างนอกห้องประชุมว่า ยืนยันว่าไม่ได้หนีหายไปไหน ซึ่งการประชุมเป็นการภายในของคณะกมธ.ยกร่างฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการตอบคำถามของสมาชิกสปช. เพราะสองวันที่ผ่านมา คณะกมธ.ยกร่างฯยังไม่ได้ตอบอะไรสปช.เลย โดยคณะกมธ.ยกร่างฯมีเวลา 15 ชั่วโมง แต่เพิ่งใช้ไปประมาณ 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้หากมีประเด็นใดที่สมาชิกสปช.ติดใจและเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ทางคณะกมธ.ยกร่างฯก็จะขอชี้แจง ซึ่งประเด็นที่มีมีการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก คือ การตั้งรัฐราชการ รัฐอํามาตยาธิปไตย และการแต่งตั้งข้าราชการ

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า แท้ที่จริงแล้วการแต่งตั้งข้าราชการในระบบที่ให้ข้าราชการแต่งตั้งกันเอง เป็นข้อเสนอของเอกอัครราชเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจําประเทศไทยที่มาพบตนเอง โดยได้บอกว่าในอังกฤษ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ได้ใช้ระบบนี้ จึงไม่เกิดกรณีการฟ้องร้องแบบนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งคณะกมธ.ยกร่างฯได้นำมาบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากคณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้เขียนรายละเอียดให้สิ้นกระแสความ จึงทำให้ดูเหมือนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับนายกรัฐมนตรีเลย ทั้งๆที่จริงๆแล้วอำนาจเด็ดขาดสูงสุดยังอยู่ที่คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 207

จากนั้นในรายละเอียดนายบวรศักดิ์ได้มอบหมายกมธ.ยกร่างฯชี้แจง โดยนายปรีชา วัชราภัย รองประธานคณะกมธ.ยกร่างฯ คนที่ 5 ระบุว่า การแตงตั้งข้าราชการระบบคุณธรรมผ่านรูปแบบคณะกรรมการ ไม่ได้ก่อให้เกิดรัฐราชการในลักษณะที่ข้าราชการสามารถดำเนินการเรื่องต่างๆเองได้โดยไม่ต้องสนใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การแต่งตั้งข้าราชการด้วยระบบคณะกรรมการนั้นได้มีการใช้กับการแต่งตั้งข้าราชการเกือบทุกระดับ เช่น ระดับหัวหน้าหน่วยงาน แผนก กอง รองอธิบดี เป็นต้น ยกเว้นตำแน่งปลัดกระทรวง โดยในอดีตหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการเป็นอำนาจของรัฐมนตรี ซึ่งในระยะหลังมีปัญหาจำนวนมาก ดังนั้น เราจึงเห็นว่าถ้ามีการจัดให้เป็นระบบน่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม การที่มีคณะกรรมการขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าอำนาจการแต่งตั้งจะอยู่ที่คณะกรรมการ แต่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการตามกฎหมายเท่านั้น เท่ากับว่าอำนาจการแต่งตั้งก็ยังเป็นคนเดิม คือ ต้องมีการเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาในท้ายที่สุด

นายปรีชา กล่าวว่า ในทางปฏิบัติแล้วคณะกรรมการจะต้องขอความเห็นรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่กำลังจะพ้นตำแหน่งเพื่อประกอบการพิจารณาว่าบุคคลใดสมควรได้รับการแต่งตั้ง โดยการแต่งตั้งจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งในเรื่องความรู้ความสามารถและการทำให้แผนงานเดิมสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วย ที่สำคัญระบบนี้จะไม่ใช่ระบบปิด กล่าวคือ เมื่อต้องตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งปลัดในกระทรวงใด ไม่จำเป็นต้องเลือกจากคนในกระทรวงนั้นเพียงอย่างเดียว เช่น คนที่เป็นอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวงนั้นอยู่แล้วจะเป็นผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ได้รับการเสนอให้เป็นปลัดกระทรวงโดยอัตโนมัติ แต่คนนอกที่อยู่ต่างกระทรวงก็สามารถยื่นความประสงค์ที่จะมาสมัครเป็นปลัดกระทรวงอื่นได้เช่นกัน

"ไม่ได้เป็นอำมาตยาธิปไตยที่รัฐราชการจะเข้ามาครอบงำ เพราะเมื่อมีการดำเนินการเสร็จแล้ว คณะกรรมการจะต้องส่งรายชื่อไปให้นายกฯ จำนวน 3 คนตามหลักสากล ในกรณีนายกฯเห็นรายชื่อแล้วแต่หากเห็นว่ารายชื่อที่ได้รับมายังไม่ถูกใจเพียงพอ นายกฯอาจขอให้คณะกรรมการกลับมาทบทวนเพื่อเสนอชื่อขึ้นไปอีกก็ได้ ซึ่งระบบที่ทำมาทั้งหมด หวังว่าจะเป็นระบบที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำ เพื่อให้ได้คนที่สังคมยอมรับ คงจะดีกว่าระบบที่เป็นอยู่เดิมที่สุดแล้วแต่การพิจารณาของรัฐมนตรี" นายปรีชา กล่าว

ด้าน นายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวเสริมว่า ที่มาของมาตรา 207 นั้นมาจากการที่คณะกมธ.ยกร่างฯได้มีโอกาสหารือกับเอกอัครราชเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจําประเทศไทย ซึ่งเราได้สอบถามไปว่าระบบการแต่งตั้งข้าราชการในอังกฤษเป็นอย่างไร ซึ่งท่านทูตได้อธิบายว่านักการเมืองไม่ได้ก้าวล่วงเข้ามาแต่งตั้งข้าราชการในระดับสูง แต่มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในการพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ในประเทศอื่นๆก็มี

นายเจษฎ์ กล่าวว่า จากการศึกษาของคณะกมธ.ยกร่างฯพบว่าประเทศที่เคยและไม่ได้อยู่ในเครือจักภพอังกฤษมีระบบเช่นนี้ทั้งสิ้น ซึ่งรวมไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย โดยกรณีของอเมริกาเมื่อปีค.ศ.1871 ได้ตั้งคณะกรรมการในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นมา จากนั้นในปี 1978 ได้ปรับจากคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการมาเป็น "คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรมเพื่อปกป้องความซื่้อสัตย์สุจริต เกียรติศักดิ์ และการทำหน้าที่โดยไม่ลำเอียงและเลือกปฏิบัติของข้าราชการ"

"ตรงนี้เป็นหลักที่ประเทศทั้งหลายได้ช่วยกันทำให้วิธีการได้มาซึ่งข้าราชการระดับสูง ไม่ได้ไปเชื่อมโยงกับภาคการเมืองโดยตรง แต่ไม่ได้ภาคการเมืองทิ้ง เพราะสุดท้ายต้องส่งให้ภาคการเมืองพิจารณาอยู่ดี เพียงแต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่จะได้มาซึ่งข้าราชการที่จะมาทำงานอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และไม่ได้ทำงานเพราะเป็นฝักเป็นฝ่ายใคร และเป็นระบบที่ยอมรับในสากล" นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า คณะกรรมการลักษณะนี้ของอังกฤษมีมากกว่าคณะกรรมการตามมาตรา 207ที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก หากเกิดกรณีที่นายกฯอังกฤษไม่เห็นด้วยกับคนที่คณะกรรมการเสนอ แต่ต้องการได้อีกคนมาดำรงตำแหน่งปลัด นายกฯอังกฤษต้องเอาคนที่ตัวเองต้องการมาเทียบกับคนที่คณะกรรมการเสนอ โดยต้องเปรียบเทียบให้เห็นว่าคนของนายกฯอังกฤษนั้นดีกว่าคนของคณะกรรมการอย่างไร และต้องชี้แจงต่อสาธารณะ      

"ในคราวล่าสุดคณะกมธ.ยกร่างฯได้มีโอกาสกับเอกอัครราชเอกอัครราชทูตจากประเทศสหภาพยุโรปครบทุกประเทศ รวมถึงประเทศที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรป คือ สวิตเซอร์แลนด์ และ นอร์เวย์ ท่านได้รับฟังแล้วก็เห็นว่าเรามีมาตรฐานสอดคล้องกันกับนานาอารยะประเทศ ดังนั้น ตรงนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานของประเทศไทย" นายเจษฎ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์