posttoday
หนี้ครัวเรือนไทยสูงไม่พร้อมรับเฟดขึ้นดอก

หนี้ครัวเรือนไทยสูงไม่พร้อมรับเฟดขึ้นดอก

22 เมษายน 2558

ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ บทความกึ่งวิเคราะห์ของไฟแนนเชียลไทมส์ สำนักข่าวเศรษฐกิจและธุรกิจนานาชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยจะย่ำแย่ลงไปอีกหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย

ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ บทความกึ่งวิเคราะห์ของไฟแนนเชียลไทมส์ สำนักข่าวเศรษฐกิจและธุรกิจนานาชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยจะย่ำแย่ลงไปอีกหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย

ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า ปริมาณหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2015 นี้ ประเมินไว้ที่ 86% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 61% ของจีดีพี ในปี 2009 และอาจพุ่งไปจนแตะ 100% ภายในปี 2020 โดยทั้งหมดนี้ยังไม่รวมปริมาณหนี้นอกระบบจำนวนมหาศาล

ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานสถาบันคีนันแห่งเอเชีย และผู้อำนวยการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยอาจก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจที่แย่ยิ่งกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง และปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

นอกจากระดับหนี้ครัวเรือนจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังชะลอตัวลงอีกด้วย โดยตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ การใช้จ่ายผู้บริโภคในเดือน ม.ค. ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 13% เช่นเดียวกับเดือน ก.พ. ที่ปรับตัวลดลง 8.5% มากกว่าช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008-2009 และช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเสียอีก

จากตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ชะลอตัว แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนจำเป็นต้องนำรายได้ไปชำระหนี้จนไม่เหลือไปใช้จ่ายให้แก่ภาคการค้าปลีก โดยจากผลสำรวจของอาเซียน คอนฟิเดนเชียล ของสำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์ พบว่า ในไตรมาสแรกของปีความต้องการจะใช้จ่ายของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเศรษฐกิจล้วนชะลอตัวลง

ในขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อของไทยก็ปรับตัวลดลงติดลบอยู่ที่ -0.57% ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ยิ่งส่งผลให้ภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยย่ำแย่ลงมากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงอีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือปริมาณเงินทุนไหลออกที่เคยเกิดขึ้นติดต่อกันถึง 20 ไตรมาส นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญอีกครั้งหนึ่ง โดยปริมาณเงินทุนไหลออกทั้งหมดในปี 2014 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2.03 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.49 แสนล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักลงทุนดูเหมือนจะยังไม่กังวลต่อเศรษฐกิจไทย โดยตลาดหลักทรัพย์ของไทยปรับขึ้น 4.2% นับตั้งแต่ต้นปี 2015

ทั้งนี้ ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุทิ้งท้ายไว้ว่า หากเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จะยิ่งทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนย่ำแย่ลง เนื่องจากจะทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น และยังส่งผลให้นักลงทุนหมดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยจนก่อให้เกิดปริมาณเงินทุนไหลออกมากขึ้นอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์