
ชี้รัฐชงดาวเทียมใหม่แทนซื้อไทยคมกลบข่าวสอบปั่นหุ้น
ประเกียรติ ชี้รัฐชงดาวเทียมใหม่แทนซื้อไทยคม เพื่อกลบข่าวสอบปั่นหุ้น เย้ย กรณ์ ถ้าไม่รู้ไทยคมเป็นของไทย ไม่ควรมาบริหาร ท้าให้ฟ้องศาลให้ชัด พร้อมฟ้องกลับ ยันมีหลักฐานสู้
ประเกียรติ ชี้รัฐชงดาวเทียมใหม่แทนซื้อไทยคม เพื่อกลบข่าวสอบปั่นหุ้น เย้ย กรณ์ ถ้าไม่รู้ไทยคมเป็นของไทย ไม่ควรมาบริหาร ท้าให้ฟ้องศาลให้ชัด พร้อมฟ้องกลับ ยันมีหลักฐานสู้
ที่พรรคเพื่อไทย นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้ที่ออกมาติดตามตรวจสอบ กรณีที่รัฐบาลประกาศจะซื้อดาวเทียมไทยคมคืน และล่าสุด ท่าทีของรัฐบาลโดยเฉพาะนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ระบุเสนอให้ยิงดาวเทียมดวงใหม่แทนการซื้อไทยคมอ้างว่าไม่คุ้มในการลงทุนว่า หากย้อนไปดูข่าวที่รัฐบาลออกมาประกาศว่าจะซื้อดาวเทียมไทยคมคืนหวังปลุกกระแสคลั่งชาติจนทำให้ราคาหุ้นไทยคมในตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติและเมื่อตรวจสอบราคาหุ้นไทยคม ก่อนที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เดินทางไปเจรจากับผู้บริหารกองทุนเทมาเสก ที่ประเทศสิงคโปร์ พบว่า ราคาหุ้นไทยคมเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำ 5 บาทแต่หลังประกาศซื้อ ทำให้ราคาหุ้นพุ่งเป็น 6-7 บาทและยอดการซื้อขายมีปริมาณมากพุ่งกระฉูดเชื่อว่ามีคนได้ผลประโยชน์ ดังนั้นตนและพรรคเพื่อไทยจึงอออกมาเตือนประชาชนคนที่เล่นหุ้น เพราะกลัวจะเป็นแมงเม่า เพราะที่ผ่านมาดาวเทียมไทยคมเป็นของประเทศไทย ไม่เคยเป็นของประเทศใด เนื่องจากมีการทำสัญญาBTOโอนเป็นของไทย แต่มีไทยคมเป็นผู้บริหารจัดการ หากรัฐบาลและนายกรณ์จะบอกว่าไม่รู้ คงเป็นไปไม่ได้ ถ้ายังปฎิเสธว่าไม่รู้ ก็ไม่สมควรมาบริหารประเทศ
นายประเกียรติ ยืนยันว่า การที่รัฐบาลออกมาประกาศจะซื้อดาวเทียมไทยคมคืนมาหวังปลุกกระแสนั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงดาวเทียมไทยคม ยังเป็นของประเทศไทย ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลออกมาประกาศหรือพูดเรื่องดังกล่าว มีความผิดชัดเจนตามมาตรา 240 ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้น หรือลดลง โดยมีโทษ ตามมาตรา 296 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นเงิน ไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้น ๆได้รับไว้ หรือพึงจะได้รับเพราะ การกระทำฝ่าฝืนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"แต่วันนี้คนในรัฐบาลกลับออกมาพูดว่า จะส่งดาวเทียมใหม่แทนการซื้อดาวเทียมไทยคม เป็นการพูดเฉไฉ บิดเบือนกระแสจากเดิมที่เคยประกาศจะซื้อดาวเทียมไทยคม จนเกิดการปั่นราคาหุ้นไทยคมพุ่งสูงขึ้น การพูดลักษณะ ก็อาจหวังกลบเกลื่อนเรื่องที่เกิดขึ้น ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวหาว่าผมและนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดทำให้กระทบต่อราคาหุ้นมีความผิด ตาม มาตรา 240 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ทั้งๆขอยืนยันว่าเป็นการพูดจากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง เป็นการพูด เพื่อเตือนประชาชนได้ทราบ หากนายกรณ์ ได้ตรวจสอบจะพบการซื้อขายราคาหุ้นไทยคมสูงขึ้นผิดปกติหลังการประกาศซื้อดาวเทียมไทยคม ถ้าจะนำคดีขึ้นสู่ศาล ผมก็พร้อม แต่ต้องการความชัดเจนว่าใครจะเป็นคู่กรณีที่จะฟ้องผมๆจะได้ฟ้องกลับได้ถูก และขณะนี้มีหลักฐานข้อมูลครบถ้วนพร้อมต่อสู้ "นายประเกียรติ ย้ำ







