
สมาคมอุทกวิทยาคาดปี 53 ฝนน้อย
แถลงการณ์สมาคมนักอุทกวิทยาไทย ระบุ ปี 53 มีปริมาณฝนน้อย ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยค่อนข้างมาก
แถลงการณ์สมาคมนักอุทกวิทยาไทย ระบุ ปี 53 มีปริมาณฝนน้อย ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยค่อนข้างมาก
สมาคม นักอุทกวิทยาไทย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ปี 53 จากการติดตามปริมาณฝนตั้งปลายปี 2552 จนถึงปัจจุบัน พบว่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณฝนค่อนข้างน้อยโดยต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยค่อนข้างมาก และเมื่อพิจารณาจากรูปแบบของฝนในอดีตแล้ว พบว่าหากฤดูแล้งมีปริมาณฝนน้อย ฤดูฝนก็จะมีฝนน้อยตามไปด้วย ยกเว้นในกรณีที่มีพายุจรจากทะเลจีนใต้พัดผ่านประเทศไทย
จากรูปแบบของฝนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงสามารถคาดการณ์ว่า ในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจะมีปริมาณฝนค่อนข้างน้อย และมีผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรน้ำของประเทศ ทำให้ภาคต่างๆ มีน้ำใช้น้อยลง โดยจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการเกษตรซึ่งมีสัดส่วนความต้องการใช้น้ำสูงสุดประมาณ 70% ของความต้องการใช้น้ำทั้งหมด
นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนต่างๆ มีน้ำสำรองในอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของพื้นที่ชลประทานในที่ราบภาคเหนือและภาคกลาง ทั้งสอง อ่างเก็บน้ำมีน้ำสำหรับใช้งานได้เหลือเพียงอ่างเก็บน้ำละประมาณ 600 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่จะต้องจัดสรรน้ำให้กับความต้องการใช้น้ำในด้านต่างๆ ในฤดูฝนเฉลี่ยประมาณ 2,000-2,200 ล้าน ลบ.ม. และฤดูแล้งเฉลี่ย 3,100-3,200 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อื่นๆ ก็มีสถานการณ์คล้ายคลึงกัน ยกเว้นอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์เท่านั้นที่มีสถานการณ์น้ำปกติ
จากสถานการณ์น้ำที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ต่อเนื่องไปถึงฤดูแล้งในปี 2554 จึงเป็นสิ่งที่คาดหมายได้และน่าจะเป็นปัญหาวิกฤติของประเทศที่หน่วยงานที่รับผิดชอบควรกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยควรดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
อนึ่ง ศูนย์พยากรณ์อากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พยากรณ์แนวโน้มที่จะเกิดปรากฏการณ์ ลานินญ่าในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2553 ซึ่งจะทำให้ประเทศที่อยู่ในอิทธิพลของปรากฏการณ์ดังกล่าวรวมทั้งประเทศไทยมีฝนตกชุก ดังนั้น จึงควรมีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่ควรคาดหวังมากเพราะแหล่งน้ำต้นทุนของประเทศลดเหลือน้อยมาก มากจนกระทั่งปรากฏการณ์ลานินญ่าอาจไม่สามารถเติมเต็มให้กับอ่างเก็บน้ำต่างๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์ลานินญ่า ไม่สามารถชดเชย ภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นเป็นการได้มาผิดเวลา ไม่ใช่ช่วงที่มีความต้องการจึงไม่เกิดประโยชน์หากแต่เป็นความเสียหาย ดังนั้นแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้าที่ทุกภาคส่วนสามารถทำได้ทันทีนอกเหนือจากแนวทางแก้ปัญหาจากภาครัฐ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลา และคาดหวังผลได้ยาก คือ การตระหนักถึงความขาดแคลนน้ำ โดยใช้น้ำในทุกกิจกรรมอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงลำดับความสำคัญของการใช้น้ำเป็นหลัก
สำหรับภาคใต้ของประเทศ สถานการณ์น้ำน่าจะดีกว่าภาคอื่นๆ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นคาบสมุทร จึงมีช่วงฤดูฝนยาวนานกว่าภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยมีระยะเวลาประมาณ 8-9 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรมีการติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเวลา







