
ประเทศไทยในฝันและวิถี ทำให้ฝันเป็นจริง (ตอน 2)
โดย...พิษณุ พรหมจรรยา
โดย...พิษณุ พรหมจรรยา
มาว่ากันในเรื่องที่ทางสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) ได้ทำการสอบถามและประมวลความคิดเห็นจากกรรมการบริษัทในภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกของทางสถาบันเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย ว่า อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้าด้านสังคมกันต่อนะครับ
เขาตอบมาว่า ต้องการสังคมที่สงบสุข ร่มเย็น สะอาด น่าอยู่ ปลอดภัย เป็นเอกภาพ เต็มไปด้วยความเกื้อกูลเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถรักษาวัฒนธรรมที่ดีงาม เป็นสังคมแห่งปัญญา ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของประเทศอื่น นอกจากนี้ ประชาชนในประเทศต่างก็มีความสามัคคี มีเหตุผล สุภาพ มีระเบียบวินัย มีศีลธรรม มีเมตตา รู้แพ้รู้ชนะ รู้จักการให้อภัย รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพสิทธิและหน้าที่ของคนอื่น ให้ความเคารพซึ่งกันและกันในสังคมที่ยอมรับความแตกต่างทางความเชื่อและความคิด ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นและไม่สร้างภาระให้สังคม
ต้องการเห็นการกระจายความเจริญและการเติบโตออกไปสู่ภูมิภาค และมีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ทำให้คนมีความรู้ คิดเป็น และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีวินัย รู้จักรับผิดชอบ และมีค่านิยมในการรักษาประโยชน์ของส่วนรวม เคารพกฎระเบียบและทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีสำนึกและปฏิบัติหน้าที่พลเมืองที่ดี เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ไม่เบียดเบียนสิ่งของสาธารณะเป็นของตน ไม่แสวงหาลาภยศโดยการเอาเปรียบสังคม (Rent Seekers)
ซึ่งสำนึกเหล่านี้เกิดขึ้นจากการเรียนการสอนเรื่องระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และการทำหน้าที่ของประชาชนไทยตามหลักธรรมาภิบาลที่ได้กลายมาเป็นวิชาบังคับที่คนไทยทุกคนต้องศึกษา เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองและต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เขาต้องการเห็นระบบประกันสังคมที่ดี ที่ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและสิทธิการได้รับการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเลยวัยทำงานไปแล้ว ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีตามอัตภาพ เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมคนสูงอายุ
เขาต้องการการส่งเสริมให้เป็นสังคมที่คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีระบบการคมนาคมขนส่งทั่วถึง รวดเร็ว สะดวกสบาย เชื่อมโยงกันทุกระบบ มีความปลอดภัยสูง ประเทศมีระบบการสื่อสารสาธารณะที่คนเข้าถึงข้อมูลได้ในเวลาพร้อมๆ กันอย่างครบถ้วน และสื่อสารกันได้ และคนในประเทศมีศักยภาพในการใช้ภาษาสื่อสารในกลุ่มอาเซียนและนานาประเทศได้ในระดับสากล
ส่วนคำถามว่า อยากเห็นคนไทยและสังคมไทยเป็นอย่างไรหลังการปฏิรูป เพราะในปัจจุบันประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในโหมดของการปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปที่จะปรากฏผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนนั้น เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคมซึ่งต้องอาศัยเวลา
สำหรับคำถามถึงสิ่งที่ผู้บริหารภาคเอกชนอยากเห็นมากที่สุดหลังการปฏิรูปของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็คือ
- เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังในการทำหน้าที่และธรรมาภิบาลภาครัฐ ซึ่งหมายถึง การทำงานของทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ พนักงานขององค์กรในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์กรการปกครองทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น ที่มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง และมีระบบยุติธรรมที่เที่ยงตรงกับคนทุกชนชั้น กล้านำคนที่กระทำผิดมาลงโทษอย่างเคร่งครัด และมีระบบราชการที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของประชาชน และผลประโยชน์ของส่วนรวมที่เกิดจากการคัดเลือกบุคลากรในภาครัฐด้วยระบบคุณธรรม ที่เน้นให้คนที่มีความสามารถแท้จริงและความซื่อตรงได้ตำแหน่งสูงในระบบราชการ ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์หรือระบบที่ต้องอาศัยเส้นสายหรือพวกพ้อง
- เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคเอกชน โดยบริษัทธุรกิจต่างๆ ทำธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น เสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่จ่ายหรือติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ความสำคัญกับการแข่งขันตามกลไกตลาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช้เส้นสายหรือวิ่งเต้นให้สินบน และทำธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับภาพระยะยาวหรือความยั่งยืนของธุรกิจ นวัตกรรมและผลกระทบต่อส่วนรวม เป็นภาคเอกชนที่ทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและมีความสามารถในการแข่งขันสูง
- ประชาชนทำหน้าที่พลเมืองดี รู้จักแยกแยะถูกผิดมีความรู้ มีคุณธรรม กล้าแสดงความคิดเห็น และพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นพลเมืองที่มีวินัยทางสังคมและการเมือง เชิดชูความเป็นไทยและความเป็นชาติไทย จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นสยามเมืองยิ้ม และสังคมที่มีค่านิยมที่เน้นการเคารพกฎระเบียบ
มีศีลธรรมและเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
- สังคมไทยไม่มีความแตกแยก ไม่มีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเอาชนะทางการเมืองและการยึดครองอำนาจ มีระบบการปฏิบัติงานในทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนและยกย่องผู้คน หน่วยงาน ที่ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างเที่ยงธรรมสามารถสร้างผลงานและได้รับผลประโยชน์อันควรได้จากกิจกรรมที่ถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมายและโปร่งใส และมีการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ที่สามารถปลุกจิตสำนึกแก่เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจความสำคัญและมีจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านการจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ อำนาจ สิ่งของ และผลประโยชน์ต่างๆ ที่ผิดกฎหมายหรือไม่เป็นธรรมต่อสังคม
ไว้ฉบับหน้ามาดูเรื่องประเพณี วัฒนธรรมกันนะครับ







