posttoday
"บวรศักดิ์" เสนอร่างรธน.ต่อสปช.ย้ำสร้างพลเมืองเป็นใหญ่

"บวรศักดิ์" เสนอร่างรธน.ต่อสปช.ย้ำสร้างพลเมืองเป็นใหญ่

20 เมษายน 2558

บวรศักดิ์ เสนอร่างรธน.ต่อสปช. ย้ำเจตนารมณ์สร้างพลเมืองเป็นใหญ่ สร้างชนชั้นกลางคานอำนาจนักการเมือง

บวรศักดิ์ เสนอร่างรธน.ต่อสปช. ย้ำเจตนารมณ์สร้างพลเมืองเป็นใหญ่ สร้างชนชั้นกลางคานอำนาจนักการเมือง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณาให้ความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมคณะกมธ.ยกกร่างฯได้เปิดวีดิทัศน์ ซึ่งมีเนื้อหาที่สรุปการทำงานของคณะกมธ.ยกร่างฯเป็นเวลาประมาณ 10นาที

จากนั้น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ วันนี้เป็นวันที่ 192 นับตั้งแต่วันที่เปิดประชุมสปช.ครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2557 และเป็นวันที่178 วันนับตั้งแต่ประธานสปช.ลงนามแต่งตั้งคณะกมธ.ยกร่างฯอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2557 โดยหลังจากที่ได้รับฟังสปช.ให้ความเห็นก็ได้มีประสานงานกับคณะกมธ.สปช.ทั้ง 18 คณะ ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความคิดเห็นของสปช.ถึง 90% แม้ถ้อยคำอาจต่างกันบ้าง แต่หลักการและสาระสำคัญยังอยู่ ส่วนถ้อยคำที่แตกต่างกันนั้นเป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมายเท่านั้น

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การทำงานของคณะกมธ.ยกร่างฯที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้คณะกมธ.ของสปช.และสื่อมวลชนเข้ารับฟังการประชุมของคณะกมธ.ยกร่างฯ และคณะกมธ.ยกร่างฯก็ไม่เคยมีพิมพ์เขียวหรือพิมพ์ชมพูตามที่มีใครกล่าวอ้างให้เสียหายแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน การทำงานของคณะกมธ.ยกร่างฯได้ยึดหลักการเศรษฐกิจพอเพียงในการวิเคราะห์ปัญหา คือ 1.ยึดความพอประมาณ หมายถึงความพอดีไม่น้อยเกินไม่มากเกินไป 2.ถือความมีเหตุผล โดยดูเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดอย่างรอบคอบ และ3.มีภูมิคุ้มกัน ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบด้านต่างๆสำหรับเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่ 1.สร้างพลเมืองเป็นใหญ่ 2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล 3.หนุนสังคมคุณธรรมและ 4.นำชาติสู่สันติสุข

ประธานกมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ความรู้นั้นต้องเป็นฐานในการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งความรู้ด้านภูมิสังคมของไทยแและวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ไม่เหมือนฝรั่ง และความรู้เรื่องประชาธิปไตยแบบฝรั่ง เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่ความคิดและพฤติกรรมของคนไทยมาแต่ก่อน การเลือกตั้งทุกรูปแบบเอาแบบมาจากฝรั่งทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบเขตเดียวคนเดียว ซึ่งเอามาจากอังกฤษและสหรัฐอเมริกา หรือระบบบัญชีรายชื่อแบบคู่ขนานที่ใช้กันมาในปี 2540 2550 ก็เป็นของฝรั่งคิด เรานำมาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาลและสร้างภาวะภูมินำให้นายกรัฐมนตรี ผลแห่งการนั้น คือ การเกิดขึ้นของเผด็จการเสียงข้างมากเด็ดขาดของรัฐบาลที่สยายปีกไปแทรกแซงและองค์กรตรวจสอบ ตลอดจนสื่อมวลชน อันเป็นที่มาของความขัดแย้งร้าวลึกจนทุกวันนี้

"ที่เป็นเช่นนี้เพราะวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ได้แสดงบทบาทให้วิธีการเลือกตั้งแบบฝรั่งทำให้ได้มาซึ่งความชอบธรรมของรัฐบาลอำนาจนิยมแบบไทย ซึ่งใช้อำนาจได้เด็ดขาดเต็มที่เพราะมีเสียงข้างมาก เข้าทำนอง อำนาจเป็นของข้าคนเดียว ดังนั้น การออกแบบระบบการเมืองใหม่ตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ จึงต้องรู้ทั้งหลักสากลและวัฒนธรรมการเมืองไทย ทำให้ผู้ร่างหันมาใช้มาตรการสองทางคือ 1.ทำให้รัฐบาลไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างมากเด็ดขาดเป็นเผด็จการเพราะอำนาจนิยมอีกต่อไปได้ และ 2.ทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ ให้ความสำคัญกับการเมืองภาคพลเมืองเพื่อคานกับการเมืองภาคนักการเมือง" นายบวรศักดิ์ กล่าว

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นที่มาของระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ซึ่งประเทศเยอรมนีเคยใช้หลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อให้เกิดเผด็จการแบบฮิตเลอร์ขึ้นมาอีก ในระบบนี้เมื่อพลเมืองนิยมพรรคการเมืองใดพรรคนั้นได้สส.ในสภาผู้แทนราษฎรตามจริง เช่น ถ้าประชาชนเลือกพรรคการเมืองในระบบบัญชีรายชื่อ 44% พรรคการเมืองนั้นจะได้สส.ในสภาฯเพียง 44% เท่ากับความนิยมจริงของพรรคการเมืองที่ได้รับจากพลเมือง เป็นต้น แม้ระบบนี้จะทำให้เกิดรัฐบาลผสม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล คณะกมธ.ยกร่างฯจึงมีมาตรการคุ้มกันหลายอย่าง เช่น ห้ามควบรวมพรรคการเมืองหลังเลือกตั้ง ห้ามสส.ลาออกจากพรรคหรือกลุ่มการเมือง หากลาออกจะพ้นความเป็นสส. ห้ามสส.เป็นรัฐมนตรีไปพร้อมกัน เพื่อลดความอหังการของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ไม่ให้ออกมาต่อรองกับนายกรัฐมนตรี เพราะหากถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีก็ไม่อาจกลับมาอยู่ในสภาฯในฐานะสส.เพื่อสั่นคลอนรัฐบาลได้อีก เป็นต้น

"มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการของประเทศไทยแท้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีในเยอรมนี เพราะนักการเมืองเยอรมันไม่ได้มีวัฒนธรรมการเมืองเหมือนนักการเมืองไทย การเรียกระบบเลือกตั้งนี้ว่าระบบเยอรมันจึงไม่ถูกต้อง"นายบวรศักดิ์ กล่าว

ประธานกมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงเรื่องการสร้างความปรองดองและการปฏิรูปประเทศว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเหลียวหลังไปแลดูและแก้ไขปัญหาในอดีตเท่านั้น หรือจะเขียนเพื่ออนาคตให้ลูกหลานด้วย คำตอบ คือเราต้องเหลียวหลังแก้ไขปัญหาในอดีตก่อนแล้วจึงแลไปข้างหน้าเพื่อสร้างอนาคตให้ลูกหลาน จึงเป็นที่มาของเจตนารมณ์ที่ว่าด้วยการนำชาติไปสู่สันติสุขและทำให้การเมืองใสสะอาดและสมดุล จากนั้นค่อยแลไปข้างหน้า อดีตก็ต้องแก้ อนาคตก็ต้องสร้าง

"ความขัดแย้งวุ่นวายกว่า 10 ปีต้องจบลงด้วยการสร้างความปรองดองแบบมีระบบ ไม่ใช่มุ่งแต่การนิรโทษกรรมแต่ต้องหาสาเหตุและข้อเท็จจริงความขัดแย้ง เจรจากับคู่ขัดแย้งอย่างมีระบบ หาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องที่ไม่ใช่ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนและสำนึกผิดแล้วออกไปด้วยการให้อภัยโทษ เยียวยาผู้เสียหาย จำความผิดพลาดและความรุนแรงไว้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เมื่อเกิดความเป็นธรรมขึ้น ความขัดแย้งก็จะยุติลง" นายบวรศักดิ์ กล่าว

ประธานกมธ.ยกร่างฯ สรุปในช่วงท้ายว่า อะไรที่ดีของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 และ 2550 คณะกมธ.ยกร่างฯได้เก็บไว้หมด โดยเฉพาะข้อดีในรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 คณะกมธ.ยกร่างฯได้นำมาถึง 70% คณะกมธ.ยกร่างฯ ต้องการให้พลเมืองเป็นใหญ่อย่างแท้จริงและสร้างอนาคตให้ประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืนทัดเทียมต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องให้เกิดการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีพระราชดำรัสอันเป็นอมตะว่าประชาธิปไตยทางการเมืองจะเกิดขึ้นไม่ได้จนกว่าจะมีประชาธิปไตยจริงทางเศรษฐกิจและสังคม

"ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนมั่งมีในเมืองและคนไม่มีในชนบทนี่เองที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งและความไม่เป็นธรรม และระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง และการซื้อสิทธิขายเสียง ต่อเมื่อเรามีการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคม โดยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ทำให้ช่องว่างระหว่างคนมั่งมีกับคนไม่มีลดไปจนหมด พลเมืองไทยจะมีความเสมอภาคอย่างแท้จริง อันเป็นการสถาปนาประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจสังคม ให้พลเมืองไทยทั้งหมดเป็นคนชั้นกลางที่มีความเป็นอิสระและเสรีภาพ ปลอดจากการพึ่งพานักการเมืองในระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองแบบไทยๆ การสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น จึงจะขจัดประชานิยมแบบมืดบอดได้ และประชาธิปไตยทางการเมืองที่เท่าเทียมกันจริงจึงจะเกิดขึ้น"

นายบวรศักดิ์ กล่าวปิดท้ายว่า แม้คณะกมธ.ยกร่างฯจะพยายามสุดความสามารถในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่คณะกมธ.ยกร่างฯเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงจำเป็นต้องได้รับฟังความคิดเห็นของสปช.และประชาชนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญสามารถปรับปรุงให้เข้ากับสภาพสังคม คณะกมธ.ยกร่างฯ จึงกำหนดกระบวนการให้มีการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อประเมินผลการใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับกาลสมัยอย่างแท้จริงตลอดไป

ทั้งนี้ ภายหลังนายบวรศักดิ์ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว ได้มอบหมายให้กมธ.ยกร่างฯ ชี้แจงรายละเอียดในแต่ละเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ด้านต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์