
บึ้มภูมืใจไทย สัญญาณปรองดองเหลว
8...ทีมข่าวการเมือง
“
การเกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านข้างเช่นนี้นั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเมือง แต่ผมมีความเห็นว่า เหตุระเบิดในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในบริเวณดังกล่าวมากนัก”ท่าทีที่ออกมาจาก
“ศุภชัย ใจสมุทร” โฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่เชื่อว่าเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงโครงสร้างภายในพรรคว่าใครน่าจะเป็นตัวล่อระเบิดที่ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นชายที่ชื่อ
“เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคคนสำคัญทั้งนี้ อดีตของเนวินที่ผ่านมาก็มีชีวิตทางการเมืองที่ต้องผูกพันกับ
“ระเบิด” มาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่เข้าสู่แวดวงการเมืองใหม่ๆ ในฐานะนักการเมืองหนุ่มไฟแรงเมื่อกว่า 10 ปีก่อนครั้งนั้นมีมือที่มองไม่เห็นทำระเบิดหล่นใส่บ้านพักของเนวินบริเวณเมืองทองธานี และมีการทิ้งสลักระเบิดเอาไว้ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ
หรือล่าสุดที่เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าไปภายในสำนักงานบริษัท เชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นกิจการของ นายคะแนน สุภา พ่อตาของเนวิน ระหว่างวิกฤตการเมืองเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ใช่ว่าจะมีเพียงพรรคภูมิใจไทยหรือคนแวดล้อมเนวินเท่านั้นที่โดนหางเลขเป็นระเบิด พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีระเบิดไปเยี่ยมเยียนถึงที่ทำการพรรคมาแล้ว เช่นเดียวกับบ้านพักย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ของ
“บรรหาร ศิลปอาชา” แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเสียงระเบิดที่ดังขึ้นบริเวณพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เกิดขึ้นภายหลังจากการชุมนุมทางการเมืองมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน และรัฐบาลก็ประกาศมาตลอดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ แต่ก็ยังไม่แคล้วคนกรุงต้องมาหวาดผวาจากเสียงระเบิดอีกครั้ง
มีเสียงวิจารณ์ว่าระเบิดที่เกิดกับพรรคภูมิใจไทยหวังผลอะไร?
ความเป็นไปได้ที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ มีความเชื่อมโยงต่อการสร้างเงื่อนไขให้รัฐบาลต่ออายุการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งกำลังจะหมดอายุในวันที่ 7 ก.ค.นี้
ซึ่งมีเสียงโจมตีจากฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้รัฐบาลเลิกบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เพราะเป็นกลไกที่รัฐบาลใช้ไล่ล่ากลุ่มคนเสื้อแดงและกดหัวพรรคเพื่อไทย
ขณะเดียวกันสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้นระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม กทม.เขต 6 แทน ซึ่งจะชี้ชะตากันในวันที่ 25 ก.ค.
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีผลต่อการฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แม้ว่าในทางปฏิบัติหน่วยงานความมั่นคงจะไม่ได้บังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแบบเข้มข้นแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลย่อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลสร้างสถานการณ์เอง เพราะเมื่อมีเหตุระเบิดที่พรรคภูมิใจไทย ยิ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป เพราะจะสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลบอกหลายๆ ครั้ง ว่ายังมีกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวใต้ดินคอยสร้างสถานการณ์อยู่
ขณะเดียวกันก็มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า บิ๊กในพรรคภูมิใจไทยสร้างสถานการณ์เองหรือไม่ เพราะเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น บังเอิญสอดคล้องกับการยกเลิกการประชุมของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่ว่าจะระเบิดอย่างไร ผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครได้รับอันตราย ที่สำคัญ มือบึ้มนำระเบิดห่างออกไปจากพรรค แทนที่จะนำไปที่พรรคหากต้องการวางระเบิด ส่วนผลที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือการให้รัฐบาลไล่ล่าเสื้อแดงต่อไป
อีกคำอธิบายหนึ่งที่ถูกอธิบายถึงมูลเหตุจูงใจในการสร้างสถานการณ์ครั้งนี้ คือ
“การเอาคืน” ของกลุ่มคนเสื้อแดงนั่นเพราะเหตุระเบิดตรงกับวันพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง แกนนำเสื้อแดง
เพราะหากย้อนกลับไปก่อนหน้า กลุ่มคนเสื้อแดงเชื่อว่าการตายของ เสธ.แดงมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพ เนื่องจากภายหลังที่ เสธ.แดงถูกลอบยิงไม่กี่วัน ก็มีการสลายการชุมนุมเกิดขึ้น รวมกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับคนในกองทัพก็เป็นที่รับรู้กันดีว่าแนบแน่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองจากรัฐบาลพรรคพลังประชาชนมาเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่บิ๊กกองทัพจับมือกับกลุ่มเนวินดันอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ
ทุกวันนี้เนวินยังถูกมองจากสายตากลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็น
“คนทรยศ” หลังจากหันหลังให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยเองก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยต่อการจัดมวลชนออกมาจัดกิจกรรมต่อต้านความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงหลายต่อหลายครั้ง
ไม่แปลกเมื่อเสียงระเบิดที่พรรคภูมิใจไทยดังขึ้น จะถูกมองว่าเป็นการล้างแค้นโดยพุ่งเป้าไปที่ตัวเนวินเป็นสำคัญ
ที่สุดแล้วไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวบุคคลที่เข้ามาสร้างสถานการณ์จะเป็นใคร และหวังประโยชน์ทางการเมืองจากเสียงระเบิดอย่างไร แต่ผลเสียได้เกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศอีกครั้ง เพราะเหตุการณ์ปะทุขึ้นภายหลังที่รัฐบาลประกาศย้ำเสมอว่า
“ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว”ขณะที่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความบกพร่องในทางการข่าวของรัฐบาลที่แสดงให้เห็นว่ายังมีความหละหลวมอยู่มาก โดยจะเป็นฝีมือเกียร์ว่างของ
“ทหารแตงโม” หรือ “ตำรวจมะเขือเทศ” เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องเร่งขันนอตเป็นการด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติฉะนั้น ไม่ว่าระเบิดในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ใครจะได้ หรือใครจะเสียประโยชน์ แต่ที่แน่ๆ เสียงระเบิดที่ดังสนั่นขึ้นมาอีกครั้ง ได้กลับมาสร้างภาพให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ที่อันตรายอีกครั้ง ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องแก้ให้ได้







