posttoday
สมบัติยกประเด็นการเมืองในร่างรธน.ต้องแก้ไข

สมบัติยกประเด็นการเมืองในร่างรธน.ต้องแก้ไข

19 เมษายน 2558

"สมบัติ"ยกประเด็นปัญญาการเมืองในร่างรธน.ที่ควรปรับปรุงแก้ไข กมธ. ปฏิรูปการเมืองเตรียมคนกำหนดประเด็นวางเป้าอภิปราย

"สมบัติ"ยกประเด็นปัญญาการเมืองในร่างรธน.ที่ควรปรับปรุงแก้ไข กมธ. ปฏิรูปการเมืองเตรียมคนกำหนดประเด็นวางเป้าอภิปราย

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยภายหลังประชุมกมธ. เพื่อเตรียมความพร้อมและจัดระบบการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในภาคและหมวดการเมืองว่า  ได้มีการทำรายชื่อแล้วว่า กมธ. แต่ละคนจะอภิปรายประเด็นอะไรบ้าง โดยกมธ.ชุดนี้เป็นหนึ่งใน 18 คณะที่ถูกจับตามองว่ามีประเด็นการอภิปรายที่ค่อนข้างร้อนแรง  ต่อภาคนักการเมืองที่ดี  และระบบการเมืองที่ดี  ซึ่งคาดว่าเป็นภาคที่มี สปช. สนใจอภิปรายมากที่สุดในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 20 – 26 เม.ย.

"มีประเด็นที่อยากจะไปพูดกับประธาน สปช. ว่าในส่วนของประธาน กมธ.ปฏิรูป 18 คณะ น่าจะมีความยืดหยุ่นได้อภิปรายได้มากกว่า 30 นาทีที่กำหนด  หากเห็นว่าพูดแล้วมีประเด็น"ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมืองกล่าว

นายสมบัติกล่าวว่าในที่ประชุม กมธ.ปฏิรูปการเมือง  พูดกันถึงหลายประเด็นที่น่าเป็นห่วง  เช่นในเรื่องของรัฐบาลแบบผสม โดยการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม หรือ เอ็มเอ็มพี อาจเกิดพรรคพันธมิตรเวลาเลือกตั้ง  เช่นพรรคที่มีฐานเสียง ส.ส.แบบเขตในภาคใดภาคหนึ่งมากจนไม่เหลือโควตาให้มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มได้  ก็อาจทำให้ผู้มีชื่อเสียงไม่ลงสมัครในบัญชีรายชื่อพรรคนั้น  แต่ไปจับมือกับพรรคพันธมิตรที่มีขนาดเล็กกว่า  ขอลงในบัญชีรายชื่อพรรคนั้นแทน

นายสมบัติยังยกตัวอย่างประเด็นการให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกลำดับ ส.ส. ในบัญชีรายชื่อว่า  อาจก่อให้เกิดการซื้อเสียงโดยผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่มีทุน อาจฝากให้ผู้สมัคร ส.ส. เขตไปซื้อเสียงเพื่อให้ตัวเองได้ลำดับที่ดีจะได้มีโอกาสรับเลือกสูง

นายสมบัติยังกล่าวว่า กรณีที่ให้รัฐบาลกำหนดกฎหมายที่สำคัญสมัยประชุมได้ไม่เกิน 1 ฉบับ เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ใน 48 ชั่วโมง หากไม่ยื่นกฎหมายนั้นก็ผ่าน หรือหากยื่นแล้วเสียงไม่ไว้วางใจแพ้ก็ให้กฎหมายนั้นผ่านโดยไม่มีการแก้ไขนั้น  มองว่าอาจเป็นเรื่องอันตรายหากกฎหมายนั้นเป็นกฎหมายที่มีผลร้ายแรง  เช่น พรบ.นิรโทษกรรมซึ่งจะมีโอกาสผ่านได้โดยไม่มีการแก้ไข และหากให้รัฐบาลหนึ่ง ๆ สามารถผ่านกฎหมายแบบนี้ 8 ฉบับในหนึ่งวาระหรือ 4 ปี  ก็เป็นเรื่องน่ากลัว หากมีการเสนอกฎหมายที่มีลักษณะค่อนข้างเผด็จการ จะทำให้ฝ่ายบริหารค่อนข้างมีอำนาจเหนือสภา เป็นต้น

ประธาน กมธ. ปฏิรูปการเมืองฯ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีนายกฯ  ที่ระบุในร่างรัฐธรรมนูญไว้ว่า  หาก ส.ส. ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่สามารถได้เสียงสนับสนุนได้เกินครึ่งหนึ่งภายใน 15 วัน  นับแต่วันเปิดสมัยประชุม  ก็ให้ประธานสภานำรายชื่อของผู้ที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งขึ้นทูลเกล้าฯได้นั้น  จะหมายความว่ากรณีบุคคลภายนอกจะใช้เงื่อนไขเดียวกันหรือไม่  กล่าวคือหากได้คะแนนเสียงสนับสนุนไม่ถึง 2 ใน 3 ใน 15 วัน  ประธานสภาจะสามารถนำรายชื่อที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งทูลเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกฯ ได้หรือไม่  หากทำได้ก็เท่ากับเปิดช่องให้คนภายนอกที่ไม่ได้เป็น ส.ส. สามารถเป็นนายกฯ ได้ตั้งแต่ต้น

นายสมบัติยังกล่าวถึงการรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของที่ประชุม สปช. เสร็จสิ้นแล้ว  ซึ่งมีเงื่อนไขต้องได้เสียงสนับสนุนไม่ต่ำกว่า 25 คนนั้นว่า  เนื่องจากกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองมีไม่พอ  จึงเตรียมการว่าจะไปคุยกับคณะกรรมาธิการชุดอื่น  โดยการรวบประเด็นที่เห็นตรงกัน  แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นภาคหรือหมวดเดียวกัน  เช่นหนึ่งญัตติอาจมีเรื่องทั้งการเมืองกับกฎหมาย  ก็มีกรรมาธิการจากสองคณะมาร่วมลงชื่อกันได้

ด้าน นายวันชัย  สอนสิริ โฆษก กมธ.ปฏิรูปการเมืองกล่าวว่า  ที่ประชุมได้วางคนให้มีประสบการณ์ตรงกับเนื้อหา  วางประเด็นการอภิปราย  และวางเป้าหมายว่าเมื่ออภิปรายแล้วควรต้องมีเหตุผลโน้มน้าวให้กรรมาธิการยกร่างฯ นำไปปรับปรุงแก้ไข  ก่อนที่จะนำข้อเสนอทั้งหมดที่ กมธ. ยกร่างฯ รับฟังแล้วยังไม่ปรับแก้ไปร่างเป็นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป

นายบุญเลิศ  คชายุทธเดช โฆษก กมธ.ปฏิรูปการเมืองกล่าวเสริมว่า  ที่ประชุมยังต้องการให้มีการหารือกับประธาน สปช. ว่าขอให้ยืดหยุ่นเรื่องเวลาเพื่อให้อภิปรายเต็มที่  โดยอาจเลิกประชุมเลิกดึกมากขึ้น  อาจขยายไปจนถึง 5 ทุ่มหรือเที่ยงเทียน  จากที่กำหนดเบื้องต้นไว้สามทุ่ม

"สปช. ได้ประสานกันภายในว่า  เวลา 07.50 น. วันที่ 20 เม.ย. วันแรกของการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ  สปช. ทุกคนจะร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร. 7 หน้าอาคารรัฐสภาพร้อมกันเพื่อเป็นสิริมงคลในการทำหน้าที่"นายบุญเลิศกล่าว

พล.อ.เอกชัย  ศรีวิลาส กรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. เปิดเผยว่า  ที่ประชุมเห็นว่าในส่วนของประธานแต่ละคณะที่กำหนดให้เวลาอภิปรายภาพรวมคนละ 30 นาทีนั้น  น่าจะไม่เพียงพอต่อการอภิปรายภาพรวมของแต่ละประเด็น  โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองและการเข้าสู้อำนาจรัฐ  ซึ่งมีอยู่ประมาณ 141 มาตราในร่างรัฐธรรมนูญ  ส่วนเวลาที่เหลือหากมีสมาชิกพูดไม่ครบตามเวลาควรจะเอามาแชร์ให้ผู้อื่นอภิปราย  ซึ่งคณะจะยื่นขอเสนอให้กับ วิป สปช. ในช่วงเช้า 6.00 นง ก่อนเริ่มประชุม 9.00 น.

พล.อ.เอกชัยกล่าวด้วยว่า  วันนี้กรรมาธิการชุดปฏิรูปการเมืองมาร่วมประชุมกัน 14 คน  ต่างได้ยื่นความจำนงแล้วว่าจะอภิปรายประเด็นอะไร  ซึ่งก็เป็นเรื่องในหมวดการเมืองทั้งหมด  ส่วนที่เหลือก็จะแจ้งประเด็นในเช้าวันพรุ่งนี้

“ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งเอ็มเอ็มพี ที่ทำให้พรรคเล็กพรรคน้อยมีอำนาจมาก  ส่วนตัวเห็นว่าเสียงของรัฐบาลน่าจะมีเพียง 3 ใน 5 ของจำนวน ส.ส. ในสภา  หรือราว 60 % ก็เพียงพอแล้ว  เพราะหากปล่อยให้ดึงพรรคเล็กพรรคน้อยไปร่วมรัฐบาลทั้งหมดมันจะเกิดเผด็จการรัฐสภากลับมาอีก  และยังทำให้เกิดจากจ่ายเงินซื้อตัวกันมากมาย  จึงเสนอให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกพรรคที่ร่วมรัฐบาลกันได้ไม่เกิน 3 พรรคเท่านั้น”พล.อ.เอกชัยกล่าว

สำหรับกรณีการรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นญัตติของแก้ไขภายหลังการอภิปรายแล้วนั้น  พล.อ.เอกชัยกล่าวว่าได้มีการหารือแล้วว่าจะรวบรวมรายชื่อ  แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองมีกรรมาธิการที่ไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมากถึง 4 คน  ทำให้เหลือผู้ที่จะยื่นรายชื่อได้เพียง 23 คน  จึงต้องไปหา สปช. จากคณะอื่นมาร่วมอีกอย่างน้อย 2 คนจึงจะยื่นญัตติได้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล