posttoday
แก้ปัญหาศาสนา ต้องเกาให้ถูกที่คัน

แก้ปัญหาศาสนา ต้องเกาให้ถูกที่คัน

19 เมษายน 2558

ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ยื่นหนังสือเชิญเข้าร่วมสัมมนาโครงการสัมมนาทางวิชาการ

โดย...สมาน สุดโต

ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ยื่นหนังสือเชิญเข้าร่วมสัมมนาโครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ศาสนากับความมั่นคงของชาติ มาให้พิจารณา โครงการนี้จัดโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมกับ คณะอนุกรรมาธิการด้านการศาสนาวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. 2558 เวลา 08.30-16.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2

เมื่อเห็นหัวเรื่อง ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า ศาสนาไปหนุนเนื่องความมั่นคงของชาติได้ด้วยวิธีใด หรือว่า ถ้าศาสนามั่นคง ชาติย่อมมั่นคงด้วยเช่นนั้นหรือ เพราะชาติและศาสนาเกี่ยวโยงไปด้วยกัน พึ่งพาอาศัยกัน เหมือนปีกช่วยให้นกบินได้ เช่นนั้นใช่ไหม

เมื่อมีคำถามก็ต้องหาคำตอบ จึงย้อนดูรัฐธรรมนูญของไทยในอดีตเผื่อจะตอบได้บ้าง ก็พบว่าให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ชาวพุทธจะขอให้มีบทบัญญัติว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย ก็ไม่ให้ อ้างว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพุทธมามกะอยู่แล้ว

เมื่อดูแนวนโยบายแห่งรัฐในเรื่องแนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มาตรา 78 บัญญัติว่า รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน และศาสนาอื่น ทั้งต้องส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งสนับสนุนการนำหลักธรรมมาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

แนวนโยบายของรัฐชัดเจนว่า หน้าที่รัฐต้องช่วยศาสนาให้มั่นคง เพราะฉะนั้นจึงมีคำตอบว่า ศาสนาจะมั่นคงหรือไม่มั่นคง อยู่ที่นโยบายของรัฐ มิใช่ตัวศาสนา

ตามหลักพุทธศาสนานั้น ศาสนาคือพระธรรมคำสอน ผู้ที่ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งต่างหากช่วยให้ชีวิตมีความสงบสุข ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

ในความเห็นของผู้เขียน อยากจะบอกว่า ศาสนาที่ยกมาเป็นหัวข้อเสวนา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง คนทั่วไปถ้าไม่จำเป็น จะไม่เอาเรื่องศาสนามาพูดมาถกกัน เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา ที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน แม้จะบอกว่านับถือศาสนาเดียวกัน พระเจ้าองค์เดียวกัน ก็ยังขัดแย้ง ถึงกับฆ่ากัน มีให้เห็นทุกวันบนโลกใบนี้

โบราณท่านจึงห้ามไว้ว่า อย่านำเรื่องศาสนาแและการเมืองมาคุยในหมู่เพื่อนรัก เพราะอาจทำให้เลิกรักกันไปก็ได้

แต่เมื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำเรื่องนี้มาเสวนา แสดงว่าเขาเห็นประเด็นปัญหาว่าชาติจะไม่มั่นคงเสียแล้ว ถ้ามีปัญหาทางศาสนา และในยุค คสช.ก็อยากปฏิรูปศาสนาให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย ดังที่เคยเป็นข่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ที่ สปช.แต่งตั้งเสนอไว้ 4 แนวทาง นั้นปะไร

ทำไปทำมา สนช.จัดเสวนา เจาะจงพระพุทธศาสนามากกว่าศาสนาอื่นๆ ดังข้อความต่อไปนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวพุทธศาสนา (ที่เป็นข่าว) ทั้งสิ้น

นักบวชในศาสนาส่วนหนึ่งประพฤติตนไม่เหมาะสม ผิดสมณสารูป มีคำสอนไม่ถูกต้องตามหลักธรรมของศาสนา ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหาประโยชน์ส่วนตน หลอกลวงชาวบ้านให้หลงผิด ทำให้ประชาชนขาดความศรัทธาในศาสนา เกิดวิกฤตศรัทธาในศาสนา เป็นการทำลายความมั่นคงของศาสนาซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในยุคของการปฏิรูป จึงจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศไทยในด้านศาสนาด้วย โดยเพิ่มความเข้มแข็งและความมั่นคงของศาสนา ทั้งในด้านศาสนวัตถุ ศาสนสถาน ศาสนพิธี ศาสนบุคคล และศาสนธรรม ให้ทุกคนยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนของศาสนาอย่างถูกต้อง นำหลักธรรมคำสอนของศาสนาไปพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้พร้อมด้วยคุณภาพและคุณธรรม พัฒนาสังคมให้มีความสงบเรียบร้อย พัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคงทั้งในด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ผู้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย และความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของประเทศชาติ

ไม่ได้มีข้อความใดพาดพิงศาสนาอื่นๆ แม้ข้อความตอนต้นของหนังสือเชิญ จะบอกว่าศาสนาที่ประชาชนชาวไทยนับถือและทางราชการรับรองมี 5 ศาสนา คือ พระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ ก็ตาม

เมื่อเป้าประสงค์จริงๆ อยู่ที่พระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่ตามรูปการณ์แล้ว พุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนจะเผชิญกับภัยคุกคามอีกรูปแบบหนึ่งที่หนักหนาสาหัส เช่น ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคภาคใต้ พระสงฆ์จะออกบิณฑบาตต้องขอทหารมาถือปืนคุ้มกัน

ทำไมชาวพุทธจึงอยู่ร้อน นอนทุกข์ พุทธศาสนาเผชิญกับการบั่นทอนความมั่นคงจากใคร นี่คือปัญหาความมั่นคงแท้จริง

ส่วนเรื่องที่พวกเราชาวพุทธเห็น เช่น พระสงฆ์ทำเรื่องโลกวัชชะ ไม่มีสมณสารูป ทำตัวนอกธรรมนอกวินัยนั้น เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่สังคมชาวพุทธชำระล้าง ตามระบบกลไกควบคุมกันเองอยู่แล้ว

แต่ที่อยู่เหนือการควบคุมกันเองคือ ความมั่นคง ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายในภาคใต้วางระเบิด หรือกราดยิงด้วยอาวุธสงคราม หรือแทรกแซงด้วยวิธีต่างๆ ต่างหาก เป็นปัญความมั่นคงของพุทธศาสนาที่แท้จริง

ทำไมไม่ยกปัญหานี้มาถกมาพูด เพื่อหาคำตอบกันบ้าง

อย่าไปตอกย้ำเรื่องพระสงฆ์ในเมืองหลวงไม่กี่รูปที่ก่อปัญหาและเป็นข่าว ว่าเป็นปัญหาด้านความมั่นคงทางศาสนา เพราะปัญหานั้นๆ ถูกแก้ไขตามขั้นตอนและระบบการบริหารตาม พ.ร.บ.สงฆ์ หากแต่ผลออกมาไม่ถูกใจผู้ชมผู้ฟังที่เป็นชาวบ้าน ทำให้เห็นว่าองค์กรสงฆ์อ่อนแอ จึงไปทึกทักว่าทำให้ชาติไม่

มั่นคงตามไปด้วย ซึ่งไม่จริง

เรื่องที่ท่านไม่อยากพูดต่างหาก คือความไม่มั่นคงของชาติและศาสนา

ดังนั้น ถ้าจะแก้ไขให้พุทธศาสนามั่นคง ต้องแก้ให้ตรง เกาให้ถูกที่คัน แล้วจะมั่นคงทุกฝ่าย ทั้งชาติและศาสนา

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล