
อีเห็นนนนน....บุก!
แคมป์พักแรมห้วยขาแข้งยามดึกสงัดให้บทเรียนธรรมชาติสนุกๆ แก่ผมมากมาย เทียบกับแคมป์พักแรมอื่นๆ
โดย...ปริญญา ผดุงถิ่น
แคมป์พักแรมห้วยขาแข้งยามดึกสงัดให้บทเรียนธรรมชาติสนุกๆ แก่ผมมากมาย เทียบกับแคมป์พักแรมอื่นๆ ทั่วประเทศแล้ว ต้องยกให้ที่นี่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
โดดเด่นที่สุดเป็นแคมป์ที่ไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวสักเท่าไร เคยไปผูกเปลนอนคนเดียวโด่เด่ เจออะไรแปลกๆ เข้าให้อีกต่างหาก บรื๋อว์ (เรื่อง Supernatural ขออนุญาตไม่เล่าในคอลัมน์ เก็บไว้เป็น “นิทานรอบกองไฟ” อย่างเดียวพอ อิอิ)
บางคืนที่นอนไม่ค่อยหลับ ผมมักคว้าไฟฉายออกเดินส่องเรื่อยเปื่อยไปรอบแคมป์ เพราะความเด่นของที่นี่อีกอย่างก็คือสัตว์แยะ ถ้าฟิตหน่อยก็ถือกล้องพร้อมเลนส์ 300 มม. ติดแฟลชพร้อมอีกตัว แค่นี้ก็มีเกมเบาๆ ให้เล่นคนเดียวได้แล้ว
แสงไฟฉายที่ส่องไปยัง “ครัวริมธาร” ริมห้วยทับเสลา พบแสงตาสัตว์สีส้มสะท้อนวาวกลับมา แสงตาแบบนี้ ในครัวแบบนี้ แทบจะมีตัวเดียวเลย...อีเห็นธรรมดา (Common Palm Civet)
ผมจรดฝีเท้าเข้าหาช้าๆ ประกบไฟฉายเข้ากับกระบอกเลนส์ พอโฟกัสได้ก็กดชัตเตอร์ ยิงแฟลชเข้าใส่ตรงๆ ได้รูปอีเห็นตาวาวก็เอาแล้ว ก็เกมเบาๆ ขำๆ นิ
อีเห็นธรรมดาบางตัวมีนิสัยชอบดอดหาของกินตามครัวป่ายามค่ำคืน อย่างตัวนี้ ผมเห็นมันเดินลัดเลาะไปตามเตาแก๊สหม้อไห ช่างเป็นเรื่องบังเอิญมาก นิสัยไปคล้ายกับตัวแร็กคูน แถมทั้งสองยังมีลายบนหน้าสไตล์ “หน้ากากโจร” เหมือนกันอีกต่างหาก ผมเลยขนานนามอีเห็นธรรมดาว่า “แร็กคูนไทย”
ซอกแซกค้นหาจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรให้กิน อีเห็นก็ผละจากครัว เดินตามฝายหินข้ามห้วยทับเสลาไปยังป่าฝั่งตรงข้าม ผมเองก็ติดพัน คิดแค่อยากได้ช็อตสวยๆ ที่ไม่ใช่อยู่ในครัว เลยย่องตามไปติดๆ รองเท้าแตะเจอหินกลมๆ โตๆ ทำเอากระย่องกระแย่งจะล้มหลายหน
ในที่สุด ก็ข้ามลำธารไปไล่ถ่ายอีเห็นเวอร์ชั่นบนต้นไม้ มารู้ตัวอีกที พบตัวเองยืนอยู่ ณชายป่าเปลี่ยว แสงไฟจากครัวส่องข้ามห้วยมารางๆ อันนี้แหละน่ากลัว รีบเผ่นกลับฝั่งแคมป์แทบไม่ทัน
เพราะบรรยากาศแสงเงาแบบนี้ ถ้าเป็นหนัง “ศุกร์ 13” ผมก็คือไอ้โง่ (อีกคน) ที่เที่ยวเพ่นพ่านออกไปให้ไอ้เจสันกะซวก!







