posttoday
สวัสดิการสังคมที่คนไทยต้องการ

สวัสดิการสังคมที่คนไทยต้องการ

24 มิถุนายน 2553

....วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์

การมีระบบสวัสดิการสังคมเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยคนไทยให้มีความมั่นคงในชีวิต เมื่อยังเด็กก็ได้รับการศึกษาสะสมความรู้เพื่อการประกอบอาชีพ เมื่อเจ็บป่วยก็ได้รับการรักษาพยาบาล เมื่อตกงานก็ได้รับการช่วยให้หางานง่ายขึ้นและเร็วขึ้น หรือเมื่อประสบภัยพิบัติรัฐก็ช่วยเหลือเต็มที่ ซึ่งดูเหมือนว่าประเทศไทยจะมีกลไกสวัสดิการสังคมหลากหลายเพื่อรองรับคนกลุ่มต่างๆ แต่ทำไมเรายังต้องมีวาระสังคมสวัสดิการถ้วนหน้าปี 2563 หรือต้องมีเรื่องสวัสดิการสังคมในแผนปรองดองแห่งชาติ

ถ้าเราเปรียบสวัสดิการสังคมเป็นตาข่ายรองรับไม่ให้เราตกสู่พื้นเมื่อเราพลัดตกจากหุบเหวของการดำเนินชีวิตประจำวัน ตาข่ายจะช่วยพยุงให้เรากลับลุกขึ้นและตั้งตัวได้กลับเข้าสู่ชีวิตปกติ ถ้าคนไทยมีตาข่ายแข็งแรงก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่คนไทยในการดำเนินชีวิต ซึ่งมีความเสี่ยงอยู่นานาชนิดและดูเหมือนจะเสี่ยงมากยิ่งขึ้นทุกวัน ถ้าเราหลุดจากตาข่ายลงไปก็เท่ากับตกอยู่ในภาวะยากลำบากต้องการได้รับการดึงกลับขึ้นมาเป็นรายๆ ไป

ตาข่ายหรือสวัสดิการสังคมที่ประเทศไทยมีอยู่นั้นพึ่งพาได้ไม่เต็มที่นัก บางคนโชคดีมีตาข่ายที่แข็งแรง แน่นหนา บางคนโชคร้ายมีตาข่ายที่ทำด้วยเส้นด้ายเล็กๆ บางคนโชคร้ายยิ่งกว่านั้นคือมีตาข่ายที่เป็นรูรองรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ขึ้นอยู่ว่าไปพลัดตกอยู่แถวไหน ความไม่คงเส้นคงวาของตาข่ายที่เรามีอยู่นี่เองที่สะสมความเสี่ยงในการดำเนินชีวิตของคนไทย เสริมสร้างความไม่เท่าเทียมกันยิ่งขึ้น

สวัสดิการสังคมเป็นสิ่งที่คนไทยต้องการ การสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือน เม.ย. 2553 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศมีอะไรน่าสนใจหลายประการ การสำรวจนี้ได้มีการเตรียมการตั้งแต่ปี 2552

การสำรวจพบว่าคนไทยต้องการสวัสดิการแบบถ้วนหน้า นั่นคือ ต้องการมีสวัสดิการสังคมที่เหมือนกันและครอบคลุมคนไทยทุกคน โดยสวัสดิการที่คนไทยเห็นพ้องต้องกันว่าควรทำมากที่สุด คือ 1.การช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่างๆ 2.การช่วยเหลือผู้พิการทุกคน 3.การฝึกอาชีพฟรีทุกหลักสูตร ช่วยจัดหางานให้นักศึกษาจบใหม่ คนตกงาน และคนที่ต้องการเปลี่ยนงาน และ 4.รักษาพยาบาลฟรีด้วยสวัสดิการที่มีเกียรติเหมือนข้าราชการ

การเพิ่มสวัสดิการย่อมต้องใช้เงินมากขึ้น คนไทยประมาณร้อยละ 47 ไม่ต่อต้านและเต็มใจที่จะจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อให้รัฐนำไปจัดสวัสดิการสังคม อีกร้อยละ 23 ไม่ต่อต้านแต่ไม่เต็มใจจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น และอีกร้อยละ 30 จะต่อต้านการที่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น คนที่ต่อต้านกระจายตัวในแต่ละภาคพอๆ กัน แต่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลน้อยที่สุด

อย่างไรก็ดี ถ้ารัฐมีรายได้และมีงบประมาณเพื่อการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รัฐควรใช้จ่ายเพื่อสวัสดิการสังคมใด การสำรวจพบว่า คนไทยทั้งประเทศต้องการให้เพิ่มงบเพื่อการรักษาพยาบาลเป็นอันดับแรก ยกเว้นแต่ภาคอีสานต้องการให้เพิ่มการช่วยเหลือคนแก่ที่ยากจน คนพิการที่ยากจน แก้ปัญหาหนี้สินคนจน แสดงให้เห็นว่าคนอีสานจำนวนมากนั้นได้ตกทะลุตาข่ายลงมากองอยู่ข้างล่างเรียบร้อยแล้ว

จำเป็นหรือไม่ว่าเราจะต้องให้รัฐจัดการสวัสดิการสังคมไปทุกเรื่อง คนไทยต้องการให้รัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือชุมชนทำอะไรบ้าง

การสำรวจพบว่าคนไทยต้องการให้คนในชุมชนรวมตัวกันจัดการทำสวัสดิการสังคมเรื่อง การดูแลผู้สูงอายุ เด็กพิการ เด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า การให้เงินช่วยเหลือคนพิการ และการจัดการบำเหน็จบำนาญแก่ผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ ยกเว้นแต่คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องการให้รัฐบาลเป็นทั้งผู้ดำเนินการและสนับสนุนงบประมาณ

แต่ถ้าเป็นสวัสดิการประเภทการศึกษาระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย ทุกภาคเห็นพ้องกันว่าต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ มีแต่ภาคใต้ที่สัดส่วนความต้องการให้ อปท.ดำเนินการจะค่อนข้างสูงกว่าภาคอื่นๆ ส่วนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้นร้อยละ 84 ของคนไทยต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเหมือนเดิม

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราเตรียมการเรื่องการออมสำหรับการใช้จ่ายเมื่อยามชราภาพทำงานไม่ไหว ด้วยภาวะสังคมไทยที่เคยอยู่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่เคยดูแลกันจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ความคาดหวังที่จะได้รับการดูแลจากลูกหลานยังคงมีอยู่สูงมาก ประมาณร้อยละ 90 ของคนไทยเห็นว่าถ้ามีลูกก็อยากให้ลูกช่วยดูแลทั้งด้านเงินทอง การกินอยู่ และการไปหาหมอ ซึ่งปรากฏว่าคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีความคาดหวังจากลูกหลานต่ำกว่าภาคอื่นๆ

ถ้ารัฐส่งเสริมให้ทุกคนออมเดือนละ 100 บาทโดยรัฐช่วยออมเพิ่มอีก 50 บาทต่อเดือน คนไทยจะไหวไหม

ครึ่งหนึ่งของประเทศบอกว่า ไหว โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกร้อยละ 36 ต้องการออมแต่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ทุกเดือน หรือบ้างก็ไม่แน่ใจว่าเงินจะเหลือพอออมหรือไม่

การสำรวจนี้พอจะบอกได้ว่าการเข้าสู่สังคมสวัสดิการไม่ใช่ของง่ายนัก แต่ก็ไม่ได้ยากจนกระทั่งทำไม่ได้ คนไทยมีความหลากหลายด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ไม่ได้หลากหลายแบบสุดขั้ว การจะเริ่มเข้าสู่สังคมสวัสดิการถ้วนหน้าจึงควรมองหาจุดสนใจร่วมก่อนแล้วค่อยๆ ขยายฐานออกไปสู่สวัสดิการที่หลากหลายขึ้น เรามีตาข่ายอยู่แล้วแต่มันรั่วและบอบบาง ควรพยายามทำตาข่ายที่มีอยู่ให้แข็งแรงและค่อยแผ่ขยายตาข่ายออกไป ทำให้ตาข่ายถี่ขึ้น น่าจะเป็นวิธีที่เป็นไปได้มากที่สุด ตาข่ายที่ควรทำให้แข็งแรงอย่างเร่งด่วนคือเรื่อง การศึกษา การฝึกอาชีพ และการรักษาพยาบาล ทุกภาคค่อนข้างเห็นพ้องต้องกันว่าสำคัญมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท