posttoday
ปันกัน-แค่บริจาคเพื่อขายก็เปลี่ยนโลกได้

ปันกัน-แค่บริจาคเพื่อขายก็เปลี่ยนโลกได้

19 เมษายน 2558

คำนิยามของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อาจไม่ได้หมายถึงธุรกิจที่ทำยอดขายได้ทะลุเป้าหมาย

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

คำนิยามของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อาจไม่ได้หมายถึงธุรกิจที่ทำยอดขายได้ทะลุเป้าหมาย หรือทำกำไรได้สูงสุดเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงธุรกิจที่ทำแล้วมีกำไร และแบ่งปันผลประโยชน์ส่วนหนึ่งจากการทำธุรกิจคืนกลับสู่สังคม ซึ่งเปรียบเสมือนการตอบแทนคืนสู่ลูกค้าของธุรกิจและทรัพยากรแวดล้อมนั่นเอง

วิเชียร พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท พรีเมียร์ ที่มีธุรกิจครอบคลุมอยู่หลายอุตสาหกรรมคือ สินค้าอุปโภคบริโภค รถโดยสาร อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม สารสนเทศ การเงิน และธุรกิจสิ่งแวดล้อม ถือเป็นนักธุรกิจเบอร์ต้นๆ ในไทย ที่ลุกขึ้นมาทำเรื่องธุรกิจเพื่อสังคม โดยมีจุดเริ่มต้นเมื่อ 21 ปีก่อน เริ่มจากการแบ่งปันกำไร 2% ของธุรกิจไว้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านมูลนิธิที่ทางบริษัทจัดตั้งขึ้นมา ได้แก่ มูลนิธิเพื่อคนไทย มูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิเอนไลฟ์ โดยปัจจุบันระดับการแบ่งกำไรทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพิ่มเป็น 5% แล้ว

“กลุ่มบริษัท พรีเมียร์ ดำเนินธุรกิจบนความเชื่อที่ว่า ธุรกิจที่ดีนั้นจะต้องประสบความสำเร็จบนความยั่งยืนร่วมกันของสังคม องค์กรและพนักงาน เพราะ 3 สิ่งนี้ล้วนมีความสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน การดำเนินธุรกิจต้องดีต่อองค์กร หมายรวมถึงลูกค้า ผู้ถือหุ้นและคู่ค้า ต้องดีต่อพนักงาน รวมทั้งสังคม” วิเชียร กล่าว

ตัวอย่างผลงานหนึ่งที่เป็นการทำธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้การขับเคลื่อน โดยกลุ่มพรีเมียร์เป็นผู้นำเชิญชวนบริษัทอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วยก็คือ โครงการ “ปันกัน” ซึ่งเป็นโครงการที่มูลนิธิยุวพัฒน์ภายใต้การจัดตั้งของพรีเมียร์จัดทำขึ้น เพื่อระดมทุนให้มูลนิธินำรายได้ไปใช้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดโอกาสในมูลนิธิเยาวพัฒน์ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543

วิธีการหารายได้ของปันกันก็คือ การเปิดให้ประชาชนทั่วไป และภาคธุรกิจที่สนใจร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้เข้ามา จากนั้นทางปันกันก็จะนำสิ่งของเหล่านั้นไปจำหน่าย เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ มาให้เป็นทุนการศึกษา โดยปีที่ผ่านมาปันกันสามารถทำรายได้ถึง 27 ล้านบาท ขณะที่รวมตั้งแต่เปิดโครงการถึงปัจจุบันสามารถนำรายได้ ส่งนักเรียนได้มีโอกาสการศึกษาแล้วกว่า 1,000 คนช่องทางการบริจาคสิ่งของให้ปันกัน ก็คือ กล่องปันของรัก ซึ่งถูกตั้งไว้อยู่ในหลายพื้นที่ เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย คอนโดมิเนียม หมู่บ้าน โรงแรม โดยตรวจสอบจุดตั้งกล่องได้ที่ www.facebook.com/pankansociety สิ่งของที่นำมาบริจาคต้องมีสภาพดี นำไปจำหน่ายต่อ ใช้ประโยชน์ได้ เช่น รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน หนังสืออ่านเล่น ตุ๊กตา ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดนตรี และอุปกรณ์กีฬา

ปันกัน-แค่บริจาคเพื่อขายก็เปลี่ยนโลกได้

 

ก่อนที่จะนำสิ่งของมาบริจาคนั้น มีข้อแนะนำว่า ให้ตรวจสภาพสิ่งของมาก่อนว่าอยู่ในสภาพดีใช้งานได้ และควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพื่อให้นำไปจำหน่ายส่งถึงมือคนรับแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

นอกจากโครงการนี้แล้ว พรีเมียร์ยังมีแนวคิดต้องการใส่ตัวคูณเข้าไปในโครงการต่างๆ ที่ทำอยู่ หรือก็คือการชักชวนบริษัทอื่นๆ ให้เห็นความสำคัญของการทำธุรกิจเพื่อสังคมและเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ด้วยวิเชียร กล่าวว่า การทำธุรกิจเพื่อสังคมนั้นมีผลดีต่อธุรกิจเอง 3 ด้าน คือ 1.ต่อองค์กรเอง ที่มีพนักงานหลายพันคน จากการสำรวจในองค์กรพบว่าพนักงานมีความรู้สึกผูกพัน ต้องการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย ไม่ใช่การทำงานกินเงินเดือนเพียงอย่างเดียว 2.คู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ จากเดิมที่อาจเคยเป็นเพียงนักธุรกิจที่ไม่ได้คิดเรื่องสังคม เมื่อมองเห็นสิ่งที่บริษัททำก็เริ่มสนใจและอยากทำเพื่อสังคมบ้าง และ 3.ผู้บริโภค รวมถึงนักลงทุนก็มองหาธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ เป็นมิตรต่อภาคสังคมมากขึ้น ทำให้บริษัทได้ประโยชน์ไปด้วย

“ถ้าองค์กรธุรกิจ ทำธุรกิจอย่างเดียว สนใจตัวเองอย่างเดียว สังคมรวมอ่อนแอลง ความยั่งยืนก็ไม่เกิด ธุรกิจอยู่ในสังคม ต้องอาศัยบุคลากร ทรัพยากร ธรรมชาติ คู่ค้า ผู้บริโภค ผู้ส่งวัตถุดิบให้ ถ้าทุกคนเข้มแข็งธุรกิจก็จะเข้มแข็ง ผู้บริโภคที่ยากจน ฐานะดีขึ้นก็กลับมาซื้อสินค้า ธุรกิจก็กำไรเพิ่มขึ้น สังคมการศึกษาดีก็จะผลิตคนดีๆ ออกมา องค์กรธุรกิจมีคนเหล่านี้ก็จะมีศักยภาพสูงขึ้น” วิเชียร กล่าว

เมื่อธุรกิจเปลี่ยนโลกดีขึ้นได้ ธุรกิจเองก็จะดีตาม เพราะสังคมดีขึ้น จะเพิ่มกำลังซื้อ เพิ่มความต้องการให้สินค้าและบริการตามมา

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล