
ชีวิตออฟไลน์
ใครๆ ก็บ่นอยากมี “เวลา” มากขึ้น เพราะที่มีอยู่มันทำอะไรไม่สำเร็จเสียที ไม่รู้เวลามันเล่นซ่อนหาไปอยู่แห่งใด
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ใครๆ ก็บ่นอยากมี “เวลา” มากขึ้น เพราะที่มีอยู่มันทำอะไรไม่สำเร็จเสียที ไม่รู้เวลามันเล่นซ่อนหาไปอยู่แห่งใด
ทั้งที่เวลาในโลกแห่งความเป็นจริงก็ยังคงที่เท่าเดิม 1 ปีมี 365 วัน 1 วันมี 24 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงมี 60 นาที 1 นาทีมี 60 วินาที โลกยังคงหมุนรอบดวงอาทิตย์และหมุนรอบตัวเอง ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของสุริยจักรวาลตามการค้นคิดของ นิโคลัส โคเปอร์นิคัส
ไม่ว่าจะกี่สิบสตีฟ จ็อบส์ หรือกี่ร้อยมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก จะเสก “เวลา” ในโลกออนไลน์ให้รู้สึกยาวนานแค่ไหน เชื่อมต่อเมาท์กันจนไม่ต้องหลับกับคนทั้งโลก แต่มันก็คือโลกเสมือนจริง หาใช่โลกแห่งความเป็นจริงที่ต้องตื่นมาไปทำงาน กลับบ้าน จัดการกับเรื่องครอบครัว พ่วงไปด้วยหนี้ก้อนโตที่ผ่อนไม่รู้จบ
เวลาที่หายไป อาจเป็นเพราะมีงานเข้ามามากจนทำไม่เสร็จ หรือเป็นเรื่อง “ความรู้สึก” ที่เราเฝ้ารออะไรบางอย่าง เช่น เมื่อมีทุกข์ก็มักคิดว่าทำไมโลกนี้ช่างยาวนาน ยามมีสุขก็บอกว่าทำไมมันช่างผ่านไปเร็วจนแทบไม่รู้สึกอะไร เวลาที่มีค่ายิ่งยวดของฉันหายไปไหนหมด
บางทีมันก็อาจไม่ใช่เรื่องเวลาที่หายไป แต่เราต้องการ “สมาธิ” นิ่งๆ นานๆ ฝ่าความวุ่นวายรอบตัวเพื่อทำภารกิจนั้นให้สำเร็จมากกว่า
โลกยังหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเท่าเดิม แต่ชีวิตเรากลับเร่งรีบ นอกจากแข่งกับเวลาแล้วยังต้องคอยจัดสมดุลไม่ให้ “โลกเสมือนจริง” อีกใบในยุคสมัยใหม่ เข้ามาคุกคาม เบียดบัง แย่งเวลา จนทำให้
เป้าหมายเราไม่บรรลุ
โลกออนไลน์เป็นเหมือนดาบสองคม คมบวกมีมากโดยเฉพาะของฟรี เป็นดั่งห้องสมุด ข้อมูลท่วมตัวให้เลือกใช้ไม่อั้น มีเรื่องเร้าใจ แปลกประหลาด แหวกแนว สนองจริตเฉพาะกลุ่ม เมื่อล่องเข้าไปอยู่ ได้อัพเดทข่าวเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงอีกซีกโลก เรื่องที่เคยปกปิดถูกนำมาเปิดเผย ช็อกโลก มีสิ่งน่ารัก ความดีงาม ความประทับใจ การช่วยเหลือในครอบครัว เพื่อนฝูง ที่ทำงาน
คมลบจากข้อมูลล่อแหลม วิตถาร ถูกคุกคาม เจอสิ่งล่อลวง เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ facebook หรือว่า fakebook เรื่องไหนจริงเท็จ เรื่องไหนโกหก เขามีดี อวดความเก่งกาจได้ทุกวัน แต่ทำไมเราแย่จัง เธอช่างสวย บิ๊กอาย คางแหลม หน้าใส ที่แท้ใช้แอพแต่งหน้าหลอก ความผิดหวังนี้เล่นเอาชายหนุ่มผู้กล้าต้องฆ่าตัวตาย รับไม่ได้กับสาวแรกพบในโลกแห่งความจริง
เราไม่สามารถหลีกหนีโลกออนไลน์ได้ เพราะมันผูกติดกันจนแยกไม่ออก ทุกสำนัก ทุกธุรกิจ กระทั่งทุกชีวิต ต่างสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อโลกสองใบในเทรนด์ยุคใหม่
ชีวิตเราถูกเชื่อมต่ออากาศด้วยไว-ไฟ มีศูนย์กลางอยู่ที่ดาวเทียมคอยปล่อยแสงชักใยจากนอกโลก จะขับรถไปเส้นทางไหนก็มีจีพีเอสเป็นตัวนำทาง พาไปถูกผิดไม่รู้ แต่ก็ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์มากกว่าใช้ปากถาม จะคุยโทรศัพท์ไม่ใช่ด้วยเสียงอย่างเดียวแล้ว แต่เป็นวิดีโอคอล เฟซไทม์ แทงโก้ เห็นภาพอีกฝ่ายเคลื่อนไหวบนกระจก ตรวจสอบได้หมดที่พูดมาจริงหรือไม่
เมื่อ 20 ปีก่อนกับปัจจุบัน โลกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ วันนี้เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ แต่ถูกดูดด้วยพลังอินเทอร์เน็ต อภิมหาเครือข่ายเชื่อมต่อกันทั้งโลก เกิดการตรวจสอบซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่องส่วนตัว นโยบายรัฐ ไปจนถึงการเมืองระหว่างประเทศ
เสียงของเรามีพลังทั้งในทางสร้างสรรค์ และในทางทำลาย ถ้าจะคิดสั้นอยากขอความช่วยเหลือจากใคร ลองเขียนข้อความไปสิ มันบอกคนทั้งโลก ความช่วยเหลือก็จะมาในบัดดล เช่นกัน ถ้าจะกล่าวร้ายใครก็ไม่ยาก ปั้นแต่งเรื่อง เอาภาพเก่าแปะข้อความใหม่ แค่นี้ก็ทำให้คนทั้งโลกทะเลาะ ทำลายล้างกันเพราะความเข้าใจผิด
โลกออนไลน์มันเร้าอารมณ์ กระตุ้นให้เราสอดรู้ทุกเรื่องจนกลายเป็นว่าฉันรู้เรื่องคนอื่นมากกว่าเจ้าตัว การมีข้อมูลลับของคนอื่นมากก็ยิ่งเป็นทุกข์ จัดการตัวเองไม่ถูก เรื่องไหนควรรู้ เรื่องไหนไม่จำเป็นต้องรู้ เรื่องไหนควรแกล้งโง่ รู้มาก เสพข้อมูลมาก ก็ยิ่งเครียด จมปลัก กังวล จิตตก ดึงตัวเองไม่ออก
หลายครั้งอยากใช้ชีวิตออฟไลน์ชั่วขณะ เลิกเป็นมนุษย์แมงมุม ตัดตาข่ายอินเทอร์เน็ตที่โยงใยรอบตัว ปลดล็อกไอดีประหนึ่งชิปที่ฝังในตัวเราทิ้งไปให้ไกล ไม่ต้องเช็กอิน แบตหมดซะบ้าง ตัดขาดจากโลกเสมือนจริง กลับมานั่งนิ่งๆ ส่องชีวิตจริงในลมหายใจและชีพจรในอัตราปกติ
ชีวิตทุกวันนี้มันถูกปั่นความเร็วยิ่งกว่าฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส พอลืมตาตอนเช้าก็เริ่มภารกิจ เงยหน้าอีกทีก็ดึก อยากได้ชีวิตสโลว์โมชั่น อยู่กับทะเล น้ำตก ป่า ภูเขา เสียงจักจั่นรอบตัวปะทะลมกระทบต้นตาล น้ำค้างหยดแหมะ แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว







