posttoday
หุ้นกู้พฤกษา

หุ้นกู้พฤกษา

24 มิถุนายน 2553

.....ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์

หุ้นกู้ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ล็อตที่ 3 มูลค่า 2,500 ล้านบาท ที่ปิดการขายไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการออกเพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีช่องทางระดมทุนที่หลากหลายในสภาพที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทน้อยมากเพียง 0.5 เท่า โดยบริษัทได้มีการออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่องมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ปี 2550 มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท และครั้งที่ 2 ปี 2552 มูลค่า 1,500 ล้านบาท การออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนพัฒนาการด้านเครดิตทางการเงินของบริษัทได้เป็นอย่างดี จากผลการจัดอันดับของบริษัท ทริสเรทติ้ง หุ้นกู้ที่ออกครั้งแรกได้เครดิตเรตติ้งที่ระดับ BBB+ ครั้งที่ 2 อันดับเครดิตหุ้นกู้เป็น A และครั้งล่าสุดอันดับเครดิตหุ้นกู้เป็น A แนวโน้มคงที่

อันดับเครดิต A ที่ได้รับสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และมีฐานะทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้น และยังสะท้อนความเป็นผู้นำในตลาดทาวน์เฮาส์ ตลอดจนมีผลงานที่เป็นที่ยอมรับในตลาดที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม มีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนการก่อสร้าง และมีนโยบายการเงินที่ระมัดระวัง แม้ว่าจุดแข็งดังกล่าวได้ดำเนินกิจการภายใต้สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ไม่แน่นอน

หุ้นกู้ที่จัดจำหน่ายในครั้งนี้เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน อายุ 3 ปี และ 5 ปี เสนอขายขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท และเพิ่มเป็นทวีคูณทุก 1 หมื่นบาท กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท โดยจะแบ่งหุ้นกู้ออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี และชุดที่ 2 อายุ 5 ปี มูลค่า 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ส่วนเงินต้นจะชำระครั้งเดียวทั้งจำนวนในวันครบกำหนดไถ่ถอน (Bullet Payment) โดยบริษัทแต่งตั้งให้ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปเป็นทุนหมุนเวียนและใช้ในการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย

ปัจจุบันพฤกษามีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 7,500 ล้านบาท ที่เตรียมไว้ใช้ในการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งนี้เมื่อออกหุ้นกู้ล็อตนี้แล้วจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนยังคงต่ำอยู่มากไม่เกิน 0.60.7 เท่า โดยนอกจากการบริหารสภาพคล่องด้วยการออกหุ้นกู้และมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงแล้ว บริษัทยังสามารถลดความเสี่ยงด้วยการวางแผนการดำเนินธุรกิจให้รอบธุรกิจสั้นลง ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้หลายรอบมากขึ้นในระยะเวลา 1 ปี ส่งผลให้สภาพคล่องมีมากยิ่งขึ้น

หากนับตั้งแต่วันจองจนถึงวันโอนที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นแนวราบค่าเฉลี่ยรอบธุรกิจจะไม่ให้เกิน 98 วัน ซึ่งปัจจุบันบางส่วนทำได้โดยใช้เวลาเพียง 60 วัน และในอนาคตจะพัฒนาให้เหลือเพียง 45 วันเท่านั้น

ทริสเรทติ้ง ได้จัดอันดับเครดิตบริษัทและหุ้นกู้ล่าสุดที่ระดับ A/Stable สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินและการบริหารของพฤกษาได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทมียอดขายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตสูงขึ้นและสร้างสถิติยอดขายสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 มียอดขายสูงสุดในไตรมาสแรกที่ 4,884 ล้านบาท และในปี 2552 สร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4 ที่ 7,729 ล้านบาท ล่าสุดทำสถิติยอดขายสูงสุดอีกครั้งในไตรมาสแรกปี 2553 ด้วยยอดขาย 8,587 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 112% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนของยอดขายที่ได้มาจากทาวน์เฮาส์ 50% บ้านเดี่ยว 25% และคอนโดมิเนียม 25%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ