posttoday
‘พลเมือง’ สำคัญไม่น้อยไปกว่า ‘รัฐธรรมนูญ’

‘พลเมือง’ สำคัญไม่น้อยไปกว่า ‘รัฐธรรมนูญ’

19 เมษายน 2558

พลิกดูร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกที่กำลังเข้าสู่การอภิปรายของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

พลิกดูร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกที่กำลังเข้าสู่การอภิปรายของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นอกจากพบจุดอ่อนจุดแข็งที่ถูกซ่อนไว้ในรายมาตราแล้ว หากความหนาของร่างรัฐธรรมนูญที่มีถึง 315 มาตรา อาจบ่งบอกถึงความห่างไกลจากการปกครองโดยประชาชน 

 “เรื่องความหนาของรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้มีจำนวน 315 มาตรา ไม่ทราบว่าถ้านับคำแล้วจะมีกี่คำ รัฐธรรมนูญ 2540 มี 336 มาตรา จำนวนคำ 38,000 คำ รัฐธรรมนูญ 2550 มี 309 มาตรา 45,000 คำ รัฐธรรมนูญยิ่งหนา จะยิ่งใช้บังคับไม่ได้ เพราะประชาชนยิ่งไม่รู้รัฐธรรมนูญ ถามว่าทำไมกรรมการตัดสินฟุตบอลจึงไม่สามารถตัดสินให้ผิดไปจากกติกาได้ ก็เพราะคนดูรู้กติกา และที่คนดูรู้กติกาก็เพราะกติกาฟุตบอลมันง่าย ไม่ซับซ้อน ดังนั้นการแข่งฟุตบอลจริงๆ แล้วจึงถูกควบคุมโดยคนดู กติกาการเมืองในรัฐธรรมนูญก็แบบเดียวกันแหละครับ” อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ให้มุมมอง

ถามว่า ประเทศอื่นๆ รัฐธรรมนูญหนาแค่ไหน อาจารย์ปริญญา ตอบว่า “ถ้าดูจากรัฐธรรมนูญของประเทศที่ประสบความสำเร็จกับประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจะมีความหนาโดยเฉลี่ยประมาณ 10,000 คำ คือรัฐธรรมนูญบางทั้งสิ้น อย่างของอเมริกา ทีแรกมีแค่ 3,000 คำ แก้ไป 28 ครั้ง ก็ยังเพิ่มเป็นแค่ 7,000 คำ นักเรียนประถม 6 ของเขาจึงเรียนรัฐธรรมนูญได้แล้ว ของเยอรมันหนาหน่อย ก็แค่ 20,000 คำ”

อาจารย์ปริญญาเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บางลง เพราะรัฐธรรมนูญที่หนาเกินไปจะห่างไกลจากประชาชน “ถ้าเราออกแบบการตรวจสอบการถ่วงดุลที่ดีแล้วรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอำนาจจะถ่วงดุลกันเอง คือทำให้คนตัดเค้กกับคนเลือกเค้กเป็นคนละคนกัน แต่ตอนนี้เห็นจะยากหน่อย เพราะมีการตั้งองค์กรอิสระใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะ ซึ่งทำให้รัฐธรรมนูญบางลงไม่ได้ แต่ผมก็ยังหวังว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะเข้าใจในเรื่องนี้ และหาทางทำให้ร่างรัฐธรรมนูญบางลง สิ่งที่วิเศษที่สุดในการตรวจสอบการใช้อำนาจ ไม่ใช่องค์กรอิสระครับ แต่คือประชาชน ซึ่งประชาชนจะมีบทบาทเช่นนั้นได้ ก็ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญไม่หนาเกินไปครับ”


“แต่รัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่ทำให้ประชาธิปไตยประสบความสำเร็จหรอกครับ เพราะต่อให้เขียนดีแค่ไหน เราไม่ใช้ รัฐธรรมนูญก็ไม่มีประโยชน์อะไร ประชาธิปไตยจะประสบความสำเร็จได้ รัฐธรรมนูญเป็นแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น อีกครึ่งหนึ่งคือคน ที่ต่อให้รัฐธรรมนูญเขียนดีแค่ไหนก็เสกขึ้นมาไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำ”

อาจารย์ปริญญากล่าวว่า “ประชาธิปไตยคือการปกครองตนเองของประชาชนเจ้าของประเทศ พวกเราที่เป็นเจ้าของประเทศก็ต้องปกครองกันเองให้ได้ ก่อนอื่นเลยเราก็ต้องยอมรับความแตกต่างและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ถ้าขัดแย้งกันก็ต้องว่ากันตามกติกา ฟุตบอลที่แข่งกันได้เพราะมีกติกา เราจะขัดแย้งกันแค่ไหน ถ้าเล่นกันตามกติกาไม่มีปัญหา นักบอลก็เตะบอลตามกติกา กรรมการก็ตัดสินตามกติกา ส่วนคนดูก็ดูตามกติกา ใครแพ้ใครชนะก็ว่ากันไปตามกติกา ใครแพ้ก็รอแข่งครั้งหน้า นี่ก็คือเรื่องเดียวกันกับประชาธิปไตยครับ”

การเคารพกติกาและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน นี่เองคือความหมายของ “พลเมือง” ในระบอบประชาธิปไตย  “พลเมืองเป็นปัจจัยสำเร็จของประชาธิปไตยทั่วโลก ที่มีความสำคัญเท่ากับรัฐธรรมนูญที่มีการแบ่งแยกอำนาจและประกันสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน การแก้ปัญหาการยึดอำนาจ และปัญหาคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นสาเหตุของการยึดอำนาจ วิธีที่ดีที่สุดคือช่วยกันทำประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง”

อาจารย์ปริญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าเราอยากได้นักการเมืองดี เราก็ต้องเริ่มที่ตัวเราด้วย เพราะนักการเมืองคือภาพสะท้อนของประชาชน เราชอบใช้เส้นสาย ชอบให้สินบน เราก็ได้นักการเมืองอย่างนั้น ประชาธิปไตยเข้มแข็งคือประชาชนเข้มแข็ง นั่นคือเป็นพลเมือง หรือกำลังของเมืองในการแก้ปัญหาต่างๆ เราจึงต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มจากตัวเราด้วยครับ”

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล