
ทบทวนอดีตแก้ปัจจุบัน
มองย้อนอดีตที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 2540 และฉบับปี 2550 ทำไมยังล้มเหลว
มองย้อนอดีตที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 2540 และฉบับปี 2550 ทำไมยังล้มเหลว อาจารย์ปริญญา ชี้ว่า “ความจริงแล้วเราเริ่มต้นถูก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธ.ค. 2475 ไม่บังคับให้ สส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง และมีการประกันเสรีภาพในการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชน และทุกฉบับหลังจากนั้นก็เป็นเช่นนั้นตลอดจนกระทั่งรัฐธรรมนูญ 2517 ได้เริ่มบังคับให้ สส.ทุกคนต้องสังกัดพรรค โดยตอนที่สมัครต้องสังกัดพรรค และถ้าเป็น สส.แล้วลาออกจากพรรค ก็จะต้องพ้นจากการเป็น สส. ซึ่งก็คือการห้ามย้ายพรรคนั่นเอง แล้วก็ตัดหลักเสรีภาพของผู้แทนปวงชนทิ้งไป โดยไม่สร้างหลักประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง คือ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2517ตีโจทย์ผิด เขาคิดว่าที่ประชาธิปไตยสมัยจอมพลถนอม กิตติขจรล้มเหลวจนจอมพลถนอมต้องยึดอำนาจ จนเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 เพราะ สส.มีอิสระมากเกินไป และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำให้ผู้แทนปวงชนตกอยู่ใต้อำนาจของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เริ่มต้นโดยรัฐธรรมนูญ 2517”
แล้วรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ได้แก้ปัญหานี้หรือ อาจารย์ปริญญาตอบว่า “ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญปี 2540 เข้าใจปัญหาของระบบรัฐสภา คือร้วู ่าระบบรัฐสภามีจุดออ่ น รฐั บาลคุม สส.เสียงขา้ งมากได้ ฝ่ายค้านยกมือยังไงก็แพ้ แต่วิธีการแก้ผิด คือไม่ได้ไปแก้ที่สาเหตุเรื่องการบังคับสังกัดพรรค แต่ไปสร้างสิ่งใหม่คือ ‘องค์กรอิสระ’ ให้มาควบคุมและถ่วงดุลรัฐบาลแทนสภา แล้วก็สร้าง‘รัฐบาลเข้มแข็ง’ ขึ้นมาโดยใช้มาตรการ 3-4 เรื่อง คือ หนึ่ง ใช้ระบบเลือกตั้งเสียงข้างมากธรรมดาเขตละคนในการเลือกสส.จำนวน 400 คน จากจำนวน สส.ทั้งหมด 500 คน
ซึ่งระบบเลือกตั้งแบบนี้มีข้อเสีย คือ ผู้ชนะการเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องได้คะแนนเกินครึ่ง แล้วคะแนนคนแพ้ก็ทิ้งน้ำหมดทำให้พรรคใหญ่ได้ สส.มากกว่าคะแนนจริงๆ ที่ได้จากประชาชนพรรคใหญ่จึงใหญ่ขึ้นกว่าความเป็นจริง ส่วนพรรคเล็กถึงแม้จะมาที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 4 แต่คะแนนก็จะหายหมด สุดท้ายจึงนำไปสู่การเมืองที่มีเพียง 2 พรรคใหญ่ในสภา” อาจารย์ปริญญา ยกตัวอย่างพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2548 “ในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในปี 2548 พรรคไทยรักไทยได้ สส.แบบแบ่งเขต310 คน จาก สส.แบ่งเขตทั้งหมด 400 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 77.5% แต่จริงๆ แล้วพรรคไทยรักไทยได้คะแนนแบบแบ่งเขตเพียงแค่ 51% นี่คือความหมายที่ว่ารัฐบาลเข้มแข็ง แต่เป็นความเข้มแข็งที่เกินจริง ส่วนฝ่ายค้านก็ได้ สส.น้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้เรามีฝ่ายค้านอ่อนแอกว่าความเป็นจริง การตรวจสอบถ่วงดุลในสภาจึงไม่สมดุลตามความเป็นจริงครับ”
มาตรการที่สอง คือ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพิ่มจำนวน สส.จาก 1 ใน 5 เป็น 2 ใน 5 คือ สส.มี 500 คน ต้องใช้ 200 คน ดังนั้นการตั้งรัฐบาลแบบ พ.ต.ท.ทักษิณ คือให้รัฐบาลมี สส.มากกว่า 300 คน ก็จะทำให้ไม่ถูกอภิปรายเลย และนั่นคือสิ่งที่คุณทักษิณทำตลอด 5 ปีที่เป็นนายกฯ
“แต่หนักที่สุดคือมาตรการที่สามครับ คือ กำ หนดให้ผู้สมัครสส.ต้องสังกัดพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน โดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้ สส.ย้ายพรรคตอนที่มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะถ้าการยุบสภาต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน หรือหากสภาอยู่ครบวาระก็ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน ทำให้ไม่สามารถไปสมัครในพรรคใหม่หรือพรรคอื่นได้ เท่ากับว่าต้องสมัครในพรรคเดิม ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เมื่อสมัครในพรรคอื่นไม่ได้ แล้ว สส.จะทำอย่างไรพรรคจึงจะส่งตนเองลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปละครับ ก็ต้องจงรักภักดีต่อพรรคพรรคให้ยกมืออย่างไรก็ต้องยกมือตามนั้น แล้วเมื่อเราไม่มีประชาธิปไตยภายในพรรค คนที่ตัดสินใจว่าใครละลงสมัคร สส. จึงเป็นหัวหน้าพรรค และผลลัพธ์ก็คือทำให้ระบบรัฐสภาของไทยกลับหัวกลับหางจาก สส.เป็นคนเลือกนายกฯ กลายเป็นนายกฯ เลือก สส. เลือกตอนไหนครับ ก็ตอนส่งลงสมัครรับเลือกตั้งไงครับ คือ สส.ของพรรคตัวเองในสภา นายกฯ เลือกมาเองหมด รัฐบาลจึงครอบงำสภาได้เบ็ดเสร็จ เมื่อในสภาถ่วงดุลกันไม่ได้ ก็เลยไปเกิดการเมืองนอกสภา สุดท้ายก็จบด้วยการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549”
สำหรับรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ร่างขึ้นมาใหม่ก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่สาเหตุ เพราะยังบังคับให้ สส.ต้องสังกัดพรรค แต่ไปมุ่งแก้ปัญหาที่องค์กรอิสระของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ล้มเหลวเพราะฝ่ายการเมืองแทรกแซงได้ โดยไปเอาศาลมาสรรหาองค์กรอิสระ และสรรหา สว. เพราะเห็นว่าศาลเป็นคนดีและมีความเป็นกลาง“นวัตกรรมของรัฐธรรมนูญปี 2540 คือองค์กรอิสระและรัฐบาลเข้มแข็ง ส่วนนวัตกรรมของรัฐธรรมนูญปี 2550 คือตุลาการภิวัฒน์ครับ”
การให้ศาลมาสรรหาองค์กรอิสระมีปัญหาอย่างไร อาจารย์ปริญญา ยกตัวอย่าง “ถ้าเราไปดูการแข่งฟุตบอล แล้วเรารู้มาว่านักกีฬาที่เตะอยู่ในสนาม มีทีมหนึ่งที่ผู้เล่นมาจากการเลือกของกรรมการตัดสิน ถามว่าคนดูจะเชื่อการตัดสินของกรรมการหรือไม่ ต่อให้กรรมการตัดสินเที่ยงธรรม คนดูก็จะเริ่มคลางแคลงใจรัฐธรรมนูญ 2550 คือการเอากรรมการตัดสินมาเลือกตัวนักบอลครับ จึงกระทบต่อความเชื่อถือของกรรมการตัดสินในการทำหน้าที่กรรมการ ศาลคือกรรมการตัดสินของระบอบประชาธิปไตย การให้มาสรรหาตัวผู้เล่นจึงทำให้เกิดปัญหามากครับ”
“เมื่อรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้แก้ที่เหตุ คือ ฝ่ายบริหารอยู่เหนือฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐธรรมนูญ 2550 จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เมื่อการถ่วงดุลในสภาล้มเหลวอีก ก็เลยออกไปนอกสภา และสุดท้ายก็เกิดการรัฐประหารขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งความจริงไม่ควรจะเกิดอีกแล้ว”อาจารย์ปริญญา กล่าว







