ประธานอิสลามโวยข่าวกรองใต้ รายงานข้อมูลเท็จ
การดำเนินการข่าวในลักษณะนี้ เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีข้อเท็จจริง สร้างความเสียหายให้กับโรงเรียน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ถึงแม้ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จะทุ่มเทสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ประชาชนเชื่อมั่นการสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้ ด้วยความเป็นธรรม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กรณีวิสามัญฆาตกรรม 4 ราย ในพื้นที่อ.ทุ่งยางแดง ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปผลการสอบสวนว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้ข้อกังขาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มีมากขึ้น
ประจวบกับสถานการณ์คาร์บอมบ์ที่ อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งยังไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด แต่การข่าวจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ให้น้ำหนักส่วนหนึ่งเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบจากชายแดนภาคใต้ จากข้อมูลรถที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกปล้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมทั้งวิธีซุกระเบิดในรถก็เป็นวิธีการที่มักเกิดขึ้นในชายแดนภาคใต้ ความกระจ่างชัดของเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้กำลังรอการพิสูจน์
อย่างไรก็ตาม ก็มีเรื่องที่สะเทือนต่อการสร้างความเชื่อมั่นการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และประธานเครือข่ายคณะกรรมการอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกมาแถลงแสดงความเสียใจหลังมีข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เสนอรายงานว่ามีการใช้สถานที่ภายในมัสยิดกลาง จ.ปัตตานี เป็นที่ประชุมวางแผนก่อความไม่สงบ
ประธานกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งเตือนให้หน่วยกำลังในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวังเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ หลังจากที่ได้แจ้งข่าวจากหน่วยความมั่นคงว่า มีการปรากฏความเคลื่อนไหวของสมาชิกผู้ก่อการร้ายประมาณ 30 คน พบปะและร่วมประชุมวางแผนบริเวณภายในห้องประชุมของโรงเรียนมะอ์ฮัดดารุลมาอาเรฟ ตั้งอยู่บริเวณสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี โดยมีการอ้างในที่ประชุมว่า ได้มีการสั่งการให้สมาชิกผู้ก่อการร้ายเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิด ลอบยิง ทหาร ตำรวจ และพี่น้องไทยพุทธในพื้นที่ จ.ปัตตานี ในช่วงวันที่ 8-30 เม.ย.
“การดำเนินการข่าวในลักษณะนี้ เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีข้อเท็จจริง สร้างความเสียหายให้กับโรงเรียนมะอ์ฮัดดารุลมุอาเรฟ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเรียกร้องให้การข่าวของหน่วยความมั่นคงควรทบทวนบทบาทการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรคาดเดา และใส่ความกล่าวหาโดยไม่มีความรับผิดชอบ”
นายแวดือราแม กล่าวว่า จากตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวพบว่ามีการประชุมจริง แต่เป็นการประชุมเตรียมงานการจัดกิจกรรมอบรมภาคฤดูร้อนของเยาวชน สนองตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผวจ.ปัตตานี ที่รณรงค์ให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่กระทำออกนอกลู่นอกทาง
“นอกจากข้อมูลที่เป็นการกล่าวหาอย่างไม่มีความจริงเลยนั้น ภายหลังปรากฏการข่าวดังกล่าว หน่วยงานข่าวในพื้นที่ยังได้มีการแจ้งเตือนจากกรณีการจัดประชุมดังกล่าว ให้ทุกพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่เข้าไปสังเกตการณ์ภายในสำนักงานคณะกรรมอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ในขณะที่กำลังมีการจัดกิจกรรมอบรมเยาวชนก่อนเข้าแต่งงาน เจ้าหน้าที่เข้ามาโดยไม่มีมารยาท ไม่มีการขออนุญาต มีการถ่ายรูป คุยไม่กี่คำก็ออกไป การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการคุกคาม รู้สึกเสียใจ กับข้อมูลและมุมมองของเจ้าหน้าที่บางหน่วยที่ยังไม่ตอบรับนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่า ข้อผิดพลาดดังกล่าวเกิดจากอคติของผู้ปฏิบัติงานและไม่มีการกรองข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะนำสู่สั่งการ”
ด้าน พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า จะต้องกลับไปทบทวนพิจารณาการทำงานของหน่วยการข่าว แต่ยืนยันว่าจะทำงานอย่างโปร่งใส่และตรงไปตรงมา ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย ทุกฝ่ายทำงานเพื่อแสวงหาสันติสุข ทุกฝ่ายพยายามหาทุกวิธีทางเพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสันติสุขให้ได้







