
ภารกิจสำคัญ
นับเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ และถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เพราะสามารถใช้กฎหมายพิเศษในการเข้ามาแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองได้
นับเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ และถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เพราะสามารถใช้กฎหมายพิเศษในการเข้ามาแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองได้
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะสามารถดึงความสงบสุขกลับคืนมาสู่สังคมไทยได้อย่างรวดเร็ว จนเป็นที่พอใจของคนในสังคม แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล นอกเหนือการดูแลความสงบของบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไปได้แล้ว คือ ต้องเพิ่มบทบาทในการเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนให้มากขึ้นด้วย แต่ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาดูเหมือนว่า รัฐบาลกลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างที่ประชาชนคาดหวังมากนัก
ปัจจัยหลักนอกเหนือจากแรงส่งจากปัญหาการเมืองของไทยที่ลากยาวมานานแล้ว ส่วนหนึ่งยังมาจากเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา จนทำให้ประเทศคู่ค้าหลักของไทยลดการลงทุน ลดคำสั่งซื้อ ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรของโลกก็ลดลงอย่างน่าใจหาย จึงทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศซบเซาอย่างหนัก
ภาวะความอัตคัดขัดสนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศจึงเริ่มฝืดเคือง แม้อุตสาหกรรมในหลายกลุ่มยังไปได้ แต่ประชาชนกลับมีความรู้สึกว่าเงินในกระเป๋าของครอบครัวลดลง สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาจากความคิดเห็นทั้งภาคเอกชน ประชาชน และจากสำนักเศรษฐกิจต่างๆ ที่คิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง ขณะที่แนวโน้มหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2558 มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นมายืนในระดับ 87-88% ปัญหาการก่อหนี้ภาคครัวเรือนทั้งหนี้นอกระบบและหนี้ในระบบ ทำให้รายได้ลดลงสวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลอีกประการ คือ การก่อหนี้ของภาคเกษตรกร ที่มีสัดส่วนของประชากรมากสุดของประเทศ กลับมีรายได้น้อยลงจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ภายใต้เงื่อนไขไม่แทรกแซงกลไกตลาด หรือไม่มีนโยบายอุดหนุนราคา แต่ดูเหมือนว่าเม็ดเงินที่หว่านลงไปเพียงน้อยนิดไม่สามารถจะดันราคาสินค้าเกษตรขึ้นมาได้
ดังนั้น เมื่อเกษตรกรมีรายได้น้อยลง ประกอบกับกลุ่มคนชั้นกลางยังไม่วางใจเศรษฐกิจไทย เพราะขาดความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคต ทำให้การบริโภคชะลอตัว ปริมาณเงินที่หมุนในระบบเศรษฐกิจจึงหายไป
ระยะเวลาหลังจากนี้ไปเป็นเรื่องที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องทำทุกวิถีทางในการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนในประเทศ จากภาคธุรกิจและนักลงทุนให้กลับคืนมาให้ได้ จะต้องใช้อำนาจการบริหารที่มีอยู่ในมือไปผลักดันโครงการการลงทุนของภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ หากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความเชื่่อมั่น กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศให้เกิดขึ้นไม่ได้ ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ติดขัดจะกลายเป็นตัวบั่นทอนความศรัทธาในรัฐบาล และรุนแรงมากกว่าปัญหาด้านความมั่นคงทางการเมืองเสียอีก







