posttoday
คลังชงเงินกู้กองทุนหมู่บ้าน3%

คลังชงเงินกู้กองทุนหมู่บ้าน3%

16 เมษายน 2558

คลังชงลดดอกเบี้ยเงินกู้กองทุนหมู่บ้านเหลือ 3% เข้า ครม. ยอมรับภาระแทน 1,600 ล้านบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

คลังชงลดดอกเบี้ยเงินกู้กองทุนหมู่บ้านเหลือ 3% เข้า ครม. ยอมรับภาระแทน 1,600 ล้านบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อปล่อยกู้ให้กับกองทุนหมู่บ้านวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3% จากเดิมที่คาดว่าจะให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้แห่งละ 2 หมื่นล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 5% แต่ทางคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยสูงเกินไป เพราะต้องไปปล่อยกู้ให้กับสมาชิกต่อในอัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 6-7% ทำให้เป็นภาระกับสมาชิก

ดังนั้น ทาง สศค.จึงได้หารือกับธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.ให้ปล่อยกู้กับกองทุนหมู่บ้านในอัตราดอกเบี้ย 3% ส่วนดอกเบี้ยอีก 2% จะให้รัฐบาลชดเชยให้กับธนาคารทั้งสองแห่ง ซึ่งหากปล่อยกู้เป็นเวลา 2 ปี รัฐบาลต้องชดเชยเป็นเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนไม่มาก โดยคลังจะทำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือน เม.ย.นี้

สำหรับการปล่อยกู้เพิ่มเติมให้กับกองทุนหมู่บ้านนั้น เป็นมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนฐานราก เป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภาคเอกชน เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้ดีจากมาตรการให้เงินช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยางครอบครัวละ 1.5 หมื่นบาท ในช่วงปลายปี 2557 ถึงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การปล่อยกู้ให้กับกองทุนหมู่บ้านในครั้งนี้ จะให้กับกองทุนที่มีผลการดำเนินงานดีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะมีการเร่งเพิ่มทุนรอบที่ 3 ให้กับกองทุนหมู่บ้านที่มีผลการดำเนินไม่ดีด้วย เพราะกระทรวงการคลังมีเงินงบประมาณตั้งรอไว้อยู่แล้ว

นายกฤษฎา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของมาตรการภาษีให้กับคนมีรายได้น้อย (NIT) เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนมีรายได้น้อย กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทาง หากรัฐบาลสามารถหารายได้เข้ามาเพิ่มได้ ก็สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ เพราะต้องใช้เงินประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจขยายตัวได้ปีละ 4-5% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ในขณะที่การลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากในช่วงนั้น เพราะปัจจุบันรัฐบาลได้เร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่ง และการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งระบบหมดแล้ว จึงคาดว่าน่าจะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการมาตรการจ่ายเงินภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อยได้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล