
ไขข้อสงสัย ทำไมนั่ง "รถตู้" เหงื่อท่วม !!?
สาเหตุที่เบาะแถวหลังสุดร้อนเนื่องจากตำแหน่งการนั่งคลาดเคลื่อนไปจากปกติ
โดย...วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร
สมรภูมิการแย่งชิงรถโดยสารเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ดุเดือดทุกปี ถึงแม้ว่าจะแออัดยัดเยียดหรือทุกข์ทรมานเพียงใดก็ไม่มีสิทธิโอดครวญ
หนึ่งในทางเลือกที่เหลืออยู่น้อยนิดก็คือรถตู้ ผู้โดยสารต้องทนและพยายามเคยชินกับสภาพหน้าเยิ้ม หลังแฉะ ร้อน และเบียดเสียด
“มันหายใจไม่ออก อึดอัด มีแอร์ก็เหมือนไม่มี แล้วถ้าวันไหนได้นั่งแถวหลังสุดยิ่งร้อน นี่ยังไม่นับการบริการที่แย่ คนขับไม่มีมารยาท”พรนิภา เอกาชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ระบายความรู้สึก
“ปกติผมเป็นคนเหงื่อเยอะอยู่แล้ว ก็เกรงใจคนข้างๆ ว่าเขานั่งเบียดกับเราแล้วจะไม่โอเค ยิ่งถ้าเจอรถคันที่แอร์ไม่เย็นนี่ถึงขั้นเปียกทั้งตัว หัวเปียก เสื้อเปียก เรื่องกลิ่นตัวไม่ต้องพูดถึง”ฟูกิจ ชีวสุวิทย์ ผู้โดยสารรถตู้ประจำทาง กล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย
ข้อมูลหนึ่งที่ผู้ประกอบการรถตู้ไม่ต่ำกว่า 10 วิน ยืนยันตรงกันก็คือ เจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการใช้รถตู้ “ยี่ห้อ-รุ่น-ขนาด” เดียวกัน ตามที่กำหนดไว้เท่านั้น
สุรพล แย้มอาภา หรือเฮียหมู ซึ่งอยู่ในวงการวินรถตู้มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ยอมรับว่า รถตู้ที่ใช้วิ่งกันอยู่ในปัจจุบันเป็นรถรุ่นเดียวกัน และมีปัญหาแอร์ไม่เย็นจริง
“ตัวรถโฉมเก่าที่เคยวิ่งแอร์ก็เย็นปกตินะ แต่ปัจจุบันถูกสั่งให้เปลี่ยนมาใช้ตัวโฉมใหม่ ก็เจอปัญหาเดียวกันหมด” สุรพล กล่าว
เขาบอกอีกว่า สาเหตุที่เบาะแถวหลังสุดร้อนเนื่องจากตำแหน่งการนั่งคลาดเคลื่อนไปจากปกติ เพราะเบาะหลังเป็นตำแหน่งติดถังแก๊ส ส่งผลให้ที่นั่งยกสูงขึ้นจากตำแหน่งเดิม ประกอบกับตัวถังท้ายรถที่โค้งส่วนบนเข้ามา ทำให้ที่นั่งปรับชันขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มีคำอธิบายจากวิศวกร บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ที่ระบุว่า การออกแบบระบบทำความเย็นของรถแต่ละรุ่นนั้นจะเป็นการดีไซน์ร่วมกันระหว่างค่ายรถยนต์กับผู้ผลิตชิ้นส่วน ซึ่งจะคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งขนาดเครื่องยนต์ ขนาดห้องโดยสาร จำนวนที่นั่ง รวมถึงสภาพภูมิประเทศของพื้นที่นั้นด้วย ดังนั้นหากมีการใช้งานผิดรูปแบบ ก็จะส่งผลถึงการทำความเย็นได้
“สเปกโรงงานที่ผลิตมาให้ยังไงก็เย็น แต่ปัญหาส่วนมากจะเกิดจากการดัดแปลงที่ผิดไปจากเดิม อย่างการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเกินกว่ากำหนด การติดแก๊ส ซึ่งการใช้แก๊สนั้นจะสร้างความร้อนให้กับเครื่องยนต์มากกว่าปกติ ทำให้ระบบแอร์เกิดความร้อนสะสมเยอะ ซึ่งหากเป็นรถที่ติดตั้งแก๊สมาจากค่ายรถยนต์เองจะมีการคำนวณเพิ่มประสิทธิภาพของระบบแอร์เข้าไปด้วย แต่ในส่วนนี้เขาจะไม่ได้บอกกัน”วิศวกรรายนี้ ระบุ
ทางด้าน อิทธิศักดิ์ ลาวัลย์ เจ้าของร้านอิทธิศักดิ์แอร์ บอกว่า “รถตู้รุ่นยอดนิยม” ในปัจจุบันใช้คอมเพรสเซอร์ตัวเดียวกับรถเก๋งจากค่ายเดียวกัน ทั้งที่ขนาดของตัวรถนั้นต่างกันมาก และการวิ่งรถตู้วินมีการเปิดปิดประตูบ่อย ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อยตาม แอร์จึงทำงานหนัก
สำหรับการแก้ปัญหาของวินรถตู้ ส่วนใหญ่คือการเปลี่ยนตู้แอร์ที่เรียกกันว่า “ไมโครบัส” เมื่อเปลี่ยนแล้วลมเย็นและแรงขึ้นจริง แต่ก็ดึงรอบเครื่องยนต์ทำให้กินกำลังเชื้อเพลิงและสึกหรอมากกว่าเดิมด้วย โดยค่าเปลี่ยนจะอยู่ที่ 2.5-3 หมื่นบาท
อีกวิธีหนึ่งคือ ติดแผ่นฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาที่เป็นทางเดินของลมแอร์ เนื่องจากแผ่นเหล็กหลังคาของรถตู้รุ่นนี้ค่อนข้างบางมาก ทำให้ความร้อนผ่านหลังคาเข้ามาได้เยอะ ส่วนค่าเปลี่ยนนั้นแล้วแต่กรณีเพราะสามารถทำเองได้ด้วย
ทางเลือกสุดท้ายคือการติดผ้าม่านหรือฟิล์มกรองแสง เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาในตัวรถ ซึ่งต่ำสุดจะอยู่ที่ราว 3,500-5,000 บาท แต่ก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย







