posttoday
4 องค์กรวิชาชีพเดินหน้า ปฏิรูปสื่อ-พัฒนาสื่อเอกชน

4 องค์กรวิชาชีพเดินหน้า ปฏิรูปสื่อ-พัฒนาสื่อเอกชน

24 มิถุนายน 2553

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และผู้แทนบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ร่วมหารือระดมความคิดและหาข้อเสนอแนะร่วมกับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.

ภายหลังการประชุมองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้ร่วมกันจัดทำแผนงานการปฏิรูปสื่อมวลชนภาครัฐและการพัฒนาสื่อมวลชนของเอกชนขึ้น โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการอิสระที่เรียกว่า “คณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชน” หรือ คพส. ขึ้นมาชุดหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน นักกฎหมาย ผู้แทนองค์กรด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสื่อมวลชนและการปฏิรูปสื่อ

คณะกรรมการอิสระชุดนี้ อาจแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของแผนงานได้ตามความเหมาะสม ทำหน้าที่ผลักดันภารกิจต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังนี้

1) เพื่อเร่งรัดผลักดันให้เกิดการปฏิรูปสื่อมวลชนของรัฐ รวมทั้งการเร่งรัดการออกกฎหมายจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อทำหน้าที่จัดสรรและกำกับดูแลสื่อมวลชนด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ทั้งที่ใช้คลื่นความถี่และไม่ใช้คลื่นความถี่ ตามกฎหมายประกอบกิจการฯ ที่ได้ตราขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว

2) เพื่อขจัดปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสวงหาและนำเสนอข้อมูลข่าวสารของประชาชนและสื่อมวลชน โดยเฉพาะปัญหาอุปสรรคทางด้านกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

3) เพื่อศึกษาถึงแนวทางในการปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ขององค์กรกำกับดูแลกันเองทางด้านจริยธรรม ให้สามารถตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังที่สังคมมีต้องสื่อมวลชน

4) เพื่อศึกษาหาแนวทางในการแสวงหาความร่วมมือต่อการจัดทำหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นหลักประกันต่อการทำหน้าที่ของบุคลากรในวิชาชีพนี้

5) เพื่อศึกษาและนำไปสู่การสนับสนุนการพัฒนาองค์กรด้านการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อให้เข้มแข็ง และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ องค์กรสื่อมวลชน องค์กรด้านวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อให้กระบวนการ ตรวจสอบสื่อมวลชนโดยภาคสังคมให้เข้มข้นขึ้น

องอาจ กล่าวว่า รัฐหรือใครก็ไม่สามารถจะบอกว่าสื่อควรปฏิรูปอะไร แต่การปฏิรูปสื่อเป็นส่วนหนึ่งในแผนปรองดองของภาครัฐ โดยจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อรวบรวมความเห็น จุดยืน และข้อเรียกร้อง ไม่ใช่เป็นผู้บอกว่าสื่อควรปฏิรูปอะไร

เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ กล่าวว่า กระแสปฏิรูปสื่อเกิดจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา โดยเห็นว่าทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องตระหนักในเรื่องนี้ในการหาทางออกร่วมกัน โดยยึดกรอบรัฐธรรมนูญกำหนดด้านสิทธิเสรีภาพ พัฒนากรอบสังคมประชาธรรม เป็นสื่อที่สร้างสันติภาพ

บัญญัติ ทัศนียเวช ที่ปรึกษาสภาการหนังสือพิมพ์ กล่าวว่า การปฏิรูปสื่อต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้มีสื่อเกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก รัฐควบคุมไม่ได้ ตามไม่ทัน ทั้งที่จำเป็นที่ต้องดูแลให้อยู่ในกรอบ

ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวฯ กล่าวว่า รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยไม่ให้ความสำคัญในการปฏิรูปสื่อภาครัฐ และเร่งรัดผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่องค์กรวิชาชีพด้านสื่อมวลชนต่างๆ พยายามปรับตัว โดยทำหน้าที่กำกับดูแลด้านจริยธรรม ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารกันเอง ด้วยการเพิ่มงานด้านการพัฒนาความเป็นวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพแขนงต่างๆ

ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ กล่าวว่า สื่อต้องปฏิรูปตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามข่าวสารระดับโลกและประเทศ การปฏิรูปรัฐบาลต้องอาศัยความกล้าในการริเริ่ม หากจะรับมือกับสงครามดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงอีกหลายสิ่ง เช่น กระบอกเสียงของประเทศไทยมีฐานะอย่างไรในสังคมโลก ขณะที่การใช้เสรีภาพจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท