
นายกฯต้องลงมาแก้
แม้ว่าวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) จะอนุญาตให้เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์จากไทย 6 สายการบิน คือ นกสกู๊ต เอเชีย แอตแลนติก เจ็ทเอเซีย เอเชียนแอร์ การบินไทย และไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ บินเข้า-ออกญี่ปุ่นได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2558 แม้ว่าจะยังคงห้ามสายการบินที่มีเที่ยวบินประจำเพิ่มหรือขยายเส้นทางบินก็ตาม หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เข้ามาตรวจสอบการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ของกรมการบินพลเรือน (บพ.) และพบว่ามีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศ (SSC)
แม้ว่าวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) จะอนุญาตให้เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์จากไทย 6 สายการบิน คือ นกสกู๊ต เอเชีย แอตแลนติก เจ็ทเอเซีย เอเชียนแอร์ การบินไทย และไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ บินเข้า-ออกญี่ปุ่นได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2558 แม้ว่าจะยังคงห้ามสายการบินที่มีเที่ยวบินประจำเพิ่มหรือขยายเส้นทางบินก็ตาม หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เข้ามาตรวจสอบการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ของกรมการบินพลเรือน (บพ.) และพบว่ามีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศ (SSC)
แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทยเท่านั้น เพราะต้องไม่ลืมว่าวันนี้เที่ยวบินเช่าเหมาลำจากไทยยังคงถูกกรมการบินพลเรือนเกาหลีใต้สั่งห้ามบินเข้าประเทศและไม่มีมาตรการผ่อนปรนเช่นเดียวกับกรณีของญี่ปุ่น ที่สำคัญไทยยังอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่พบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย ซึ่งเปิดช่องให้นานาประเทศที่เป็นสมาชิก ICAO จำนวน 191 ประเทศ สั่งห้ามสายการบินจากไทยบินเข้าประเทศได้ทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ถือเป็นเส้นตายที่สำคัญ เพราะหากไทยไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของ ICAO ที่กำหนดให้ไทยต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยตามแผนการแก้ปัญหา (Corrective Action Plan) ที่ส่งให้ ICAO ได้ภายใน 90 วัน ใน 2 ประเด็น ได้แก่ การเริ่มกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Re-certification) และออกหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบการขนส่งวัตถุอันตราย ICAO จะประกาศต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์ว่าไทยมีข้อบกพร่องในการดูแลความปลอดภัย
ผลกระทบที่จะตามมานั้น ต้องเรียกได้ว่าจะสร้างความโกลาหลในระดับวิกฤตให้อุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะประเทศภาคีสมาชิก ICAO จำนวน 191 ประเทศ สามารถสั่งห้ามสายการบินที่ได้รับการรับรองจาก บพ.บินเข้าประเทศได้ทันที และที่ผ่านมาก็มีหลายประเทศที่มีข้อบกพร่องในลักษณะนี้ ถูกนานาประเทศสั่งห้ามสายการบินในประเทศบินมาแล้วจนกว่าจะแก้ไขข้อบกพร่องแล้วเสร็จ
แม้ว่าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหามาตรฐานการบินของไทย แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัติแทบไม่มีความเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด ทั้งการปฏิรูปองค์กร ปรับปรุงโครงสร้าง บพ. การออกกฎหมายและระเบียบเพิ่มเติม และการเพิ่มจำนวนบุคลากร โดยภารกิจงานต่างๆ เหล่านี้ยังถูกจัดการโดยข้าราชการ บพ.หรือผู้เกี่ยวข้องที่อาจถือได้ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาใหญ่ในครั้งนี้
พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงมาจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการใช้อำนาจพิเศษเข้ามาแก้ปัญหาให้ลุล่วงโดยเร็ว ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามและรุนแรงจนควบคุมไม่ได้







