
คลังขึ้นค่าจ้าง
‘
กรณ์’เตรียมคุยรมว.แรงงานปรับวิธีคิดค่าแรงใหม่ลดกดขี่ยันอุตฯไม่กระทบโพสต์ทูเดย์
— คลังกินดีหมีหัวใจเสือหารือแรงงานปรับขึ้นเงินเดือนลูกจ้างให้สอดคล้องกับความจริงนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า จะหารือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน เพื่อขอให้พิจารณาวิธีการปรับขึ้นเงินเดือนค่าจ้างให้กับผู้ใช้แรงงานทั้งระบบใหม่ทั้งหมด ต้องพิจารณาว่าแรงงานได้รับส่วนแบ่งจากรายได้และผลกำไรในระดับที่เหมาะสมหรือไม่
ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขัน ในแง่ของต้นทุนของผู้ประกอบการด้วย
“
เรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทนต่างๆ ของแรงงาน ถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องให้ความสนใจด้วย จึงเป็นประเด็นที่อยากหารือกับ รมว.แรงงานคนใหม่ว่ามีแนวคิดและจะดำเนินการอย่างไร เพื่อสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำให้กับคนในสังคม” นายกรณ์ กล่าวรมว.คลัง ยืนยันว่า การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% และการขึ้นค่าแรงนั้นจะไม่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการพิจารณาข้อเท็จจริงจากฐานภาษีพบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างมีอัตรากำไรและอัตราการจ่ายภาษีที่ปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 56 เท่าตัว ขณะที่การจ่ายค่าจ้างซึ่งพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อนั้นยังต่ำมาก อัตราการทำกำไรกับต้นทุนค่าจ้างไม่สัมพันธ์กัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวย
“
ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าการขึ้นค่าแรงนั้นจะไม่กระทบกับอุตสาหกรรมโดยรวม แต่จะสร้างกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และปัจจุบันต้นทุนด้านแรงงานของภาคการผลิตอุตสาหกรรมก็ไม่ได้สูงจนแข่งขันไม่ได้ แต่อาจจะกระทบกับอุตสาห กรรมสิ่งทอซึ่งรัฐบาลอาจต้องมีมาตรการบางอย่างที่ต้องดูแล” แหล่งข่าวเปิดเผยนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่จะมีผลต่อนโยบายการเงินเนื่องจากไม่ได้มีการตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้น ดังนั้นผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า และเงินเฟ้อ คงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ธปท.เคยคาดการณ์ไว้เดิม
“นโยบายการประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% คงไม่มีผลต่อเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อไปมากกว่านี้ ที่เราประเมินไว้เดิม เพราะเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายในงบประจำ แต่ถึงจะมีการใช้งบกระตุ้น เพื่อดึงการใช้จ่ายในประเทศ ดึงการนำเข้า กระตุ้นการผลิต ดึงการส่งออก แต่คงมีผลต่อเงินเฟ้อในช่วงสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลล่าสุดทั้งหมดคงได้มีการนำเข้าหารือในการประเมินเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ให้ครอบคลุมปัจจัยใหม่ๆที่อาจมีผลต่อเศรษฐกิจภาพรวม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) 14 ก.ค.นี้อีกครั้ง” นายบัณฑิตกล่าวนายบัณฑิต เปิดเผยว่า ในส่วนของความกังวลที่ว่าการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% อาจส่งผลกระทบทางอ้อมทำให้เงินเงินเฟ้อสูงขึ้นเร็ว เพราะมีส่วนทำให้ราคาสินค้าทั่วไปปรับสูงขึ้นตามไปด้วย กระทั่งอาจมีผลให้ธปท.ต้องเร่งพิจารณาปรับดอกเบี้ยเร็วขึ้นนั้น เรื่องนี้มองว่าผลกระทบต่อเงินเฟ้อยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และอาหารในปัจจุบันทำได้ไม่ง่าย เพราะระบบการควบคุมการค้าส่งค้าปลีก การคุ้มครองผู้บริโภคมีมากขึ้น และอีกอย่างผู้ประกอบการเองก็ต้องการขายสินค้ามากขึ้น ฉะนั้นราคาสินค้าที่คาดว่าจะสูงขึ้นจะมีผลต่อเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นหรือไม่ยังไม่สามารถสรุปได้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ธปท.ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเริ่มทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 1.25% ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำเป็นพิเศษให้เข้าสู่ระดับปกติ เนื่องจากมองว่าสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ความจำเป็นที่ต้องใช้ดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภค การลงทุน ให้เศรษฐกิจขยายตัวมีจึงน่าจะมีความจำเป็นน้อยลง







