posttoday
5วันสงกรานต์ยอดอุบัติเหตุ2.4พันครั้ง

5วันสงกรานต์ยอดอุบัติเหตุ2.4พันครั้ง

14 เมษายน 2558

ยอดอุบัติเหตุ 5 วันสงกรานต์ 2,406 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 251 ราย สั่งกวดขันรถจักรยานยนต์ - รถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำ

ยอดอุบัติเหตุ 5 วันสงกรานต์  2,406 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 251 ราย สั่งกวดขันรถจักรยานยนต์ - รถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำ

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. พ.อ.ดำรงค์ สิมะขจรบุญ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุ ทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2558  เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2558 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายรายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ สติ วินัย น้ำใจ ปลอดภัยสงกรานต์ สืบสานประเพณี เกิดอุบัติเหตุ 671 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 60 ราย ผู้บาดเจ็บ 724 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 44.26  ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 24.44 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.83 โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 29.46 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 62.30 ถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.96 ทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 34.13  ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 32.79 

ขณะที่ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใน กลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 53.57 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจ 2,247 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,506 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 747,529 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรการ 1ร. 2ส. 3ข. 4ม. รวม 128,716 ราย โดยมีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 39,398 ราย ไม่มีใบขับขี่ 35,112 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 33 คน

สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 5 วัน ( 9 - 13 เม.ย.58) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,406 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 251  ราย  ผู้บาดเจ็บรวม 2,532 คน  จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 10 จังหวัด ได้แก่ ตรัง บึงกาฬ พิจิตร ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ราชบุรี เลย สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 5 วัน มี 1 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 94 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ด 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 98 คน

พ.อ.ดำรงค์ กล่าวว่า ช่วงวันที่ 12 – 13 เม.ย. ถนนสายรอง ที่เชื่อมต่อเส้นทางสายหลักและระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำและเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้กำชับให้จังหวัดบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด สนธิกำลัง ทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สรรพสามิต  ฝ่ายปกครอง คุมเข้มการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่ แอลกอฮอล์บนทาง บนรถ และสถานีบริการน้ำมัน

ทั้งนี้โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน พบว่า ผู้เสียชีวิตที่อายุต่ำกว่า 20 ปี มีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงขอความร่วมมือผู้จัดงานดูแลมิให้มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ อีกทั้งขณะนี้หลายพื้นที่ยังมีการเล่นน้ำ จึงกำชับให้จังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำที่ไม่สวมหมวกนิรภัย รถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำท้ายกระบะ ที่ใช้ความเร็ว เน้นพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์และเส้นทางโดยรอบพื้นที่โซนนิ่ง เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนและการเล่นน้ำไม่ปลอดภัย

ด้าน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากข้อมูลผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน พบว่า กว่าร้อยละ 63 เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ คิดเป็น 2 ใน 3 ของจำนวนผู้เสียชีวิต โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักจากการขับรถเร็วและไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ศปถ. จึงได้กำชับให้จังหวัดกวดขันการขับรถเร็วและการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงและลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงจัดชุดตรวจเคลื่อนที่เข้มงวดตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เล่นน้ำโดยไม่สวมหมวกนิรภัย และรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำที่ขับรถด้วยความเร็ว คึกคะนองในลักษณะเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ได้ประสานจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมพร้อมเดินทางกลับ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการง่วงหลับในที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ 

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก