posttoday
ผู้นำสร้างความแตกต่าง

ผู้นำสร้างความแตกต่าง

12 เมษายน 2558

หากพูดเรื่องภาวะผู้นำในปัจจุบันภายใต้บริบทสังคมที่เปลี่ยนไป หลังโซเชียลมีเดียใช้แพร่หลายในสังคมทำงาน

โดย...ปกรณ์ ประยูรสวัสดิ์เดช

หากพูดเรื่องภาวะผู้นำในปัจจุบันภายใต้บริบทสังคมที่เปลี่ยนไป หลังโซเชียลมีเดียใช้แพร่หลายในสังคมทำงาน จะเห็นได้ว่าหลายๆ องค์กรในปัจจุบันเริ่มปรับกลยุทธ์หรือแผนรับมือความท้าทายและรูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่ กลยุทธ์นี้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่มีประเด็นนอกเหนือจากเรื่องการแข่งขัน การควบคุมต้นทุน การเพิ่มมูลค่าสินค้าหรือบริการ ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกองค์กรและเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปข้างหน้า

ความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะเน้นความสำคัญเรื่องภายในองค์กร ต้องกลับมาทบทวนคุณลักษณะ บทบาทผู้นำว่าควรเป็นอย่างไร เพื่อสร้างความสมดุลในประโยชน์ให้เกิดขึ้นจากภายในองค์กรสู่การแข่งขันภายนอก หมายถึงต่อจากนี้องค์กรจะไม่สามารถมุ่งเน้นเฉพาะเป้าหมายธุรกิจอย่างเดียว ต้องตอบสนองเป้าหมายเชิงเฉพาะบุคคลด้วย คำถามที่เราต้องทบทวนคือ จะขับเคลื่อนและสร้างประโยชน์จากขุมกำลังใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังทางกาย วาจา และใจ อย่างไร ให้องค์กรไปสู่เป้าหมายได้ยั่งยืน

หากองค์กรกำลังขับเคลื่อนขุมกำลังคนรุ่นใหม่ด้วยวิธีดั้งเดิมที่ทำมา ก็ไม่ต่างกับมียานพาหนะสมรรถนะสูง แต่ความสามารถขับจำกัด เราก็จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากยานพาหนะนั้นได้เต็มที่ เช่นเดียวกับที่คนรุ่นใหม่โตมาพร้อมเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันไม่ใช่เฉพาะเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นรูปแบบกระบวนความคิด การแสดงออก การตัดสินใจรวดเร็ว ดังนั้นผู้ที่จะมีส่วนสำคัญขับเคลื่อนขุมพลังใหม่นี้ ต้องใส่ใจ เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในการทำงาน การคิด การแก้ปัญหา การให้แนวทาง และต้องสร้างพลังเพื่อผลักดันวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมเชิงรุกให้เกิดกับพนักงานทุกระดับ ทั้งกลุ่มที่มีลูกน้องและไม่มีลูกน้อง

บทบาทที่เรากล่าวถึงนี้ คือ Engaging Leader ไม่ได้หมายถึงผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ หรือหัวหน้างาน แต่หมายถึงรูปแบบที่คนเหล่านั้นได้แสดงออกทางพฤติกรรมหรือการกระทำ และมีผลให้พนักงานเกิดความผูกพันกับการทำงานและกับคนในองค์กร ส่งผลต่อการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในทิศทางสอดคล้องกับกลยุทธ์และวิสัยทัศน์องค์กร

การกระทำ (Doing) ของผู้นำเป็นผลจากความเชื่อ (Believing) เรื่องการทำงานบางอย่างที่เกิดมาจากการสะสมประสบการณ์ (Experiencing) ทำงานและการใช้ชีวิตที่ผ่านมา ดังนั้นหากจะให้การกระทำที่ออกมาเป็นไปในแนวทางสร้างความผูกพันให้เกิด เราต้องพิจารณาลักษณะประสบการณ์อะไรที่มีอยู่ ประสบการณ์แบบไหนที่ต้องทำให้เกิด หลังจากนั้นองค์กรสามารถสร้างกลไกเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อทำให้ประสบการณ์ดั้งเดิมที่เป็นอุปสรรคลดบทบาทลง ส่งเสริมเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้มีบทบาทมากขึ้นในแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อทำให้เกิดความเชื่อว่าทำไมต้องผูกพัน ทำไมต้องพัฒนาคนหรือผลงาน ทำไมการพัฒนาคนต้องอยู่บนพื้นฐานความไว้เนื้อเชื่อใจ นี่เป็นเพียงตัวอย่างความเชื่อที่ถูกต้อง ที่จะก่อให้เกิดการกระทำแนวทางที่ถูกต้อง ให้เกิดผลลัพธ์ของคนและองค์กรอย่างยั่งยืน

ผู้นำสร้างความแตกต่าง Leadership is not about who you are, it’s about what you do.

 

“คุณสามารถเป็นผู้นำได้ คุณสามารถสร้างความแตกต่างได้”

เป็นเรื่องจริงไม่ว่าคุณมาจากไหน ตำแหน่งอะไร งานอะไรที่ทำ คุณสร้างความแตกต่างได้ด้วยการทำให้ความผูกพันที่คุณมีเพิ่มขึ้นในองค์กร เชื่อมโยงกลยุทธ์ ทีมงาน และวัฒนธรรมองค์กร ความสำเร็จในแบบที่แตกต่างจะเกิดกับคุณและองค์กร เป็นสิ่งที่สำคัญที่องค์กรต้องแสวงหาวิธีที่ใช่ ปัจจัยที่โดนใจ สร้างให้ผู้นำผูกพันเกิดขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนขุมกำลังยุคใหม่ เพื่อความสำเร็จของคนและองค์กรอย่างยั่งยืน เคยสังเกตไหมองค์กรเดียวกันเมื่อดูผลสำรวจ คะแนนแต่ละหน่วยงานอาจต่างกันถึง 40% ทั้งที่สภาพแวดล้อม สวัสดิการ สถานที่ทำงานเดียวกัน คำตอบคือ 2 หน่วยงานมีผู้นำต่างกันทำให้ความผูกพันพนักงานต่างกัน

จากการศึกษาโครงการค้นหาสุดยอดนายจ้างดีเด่นโดยบริษัท เอออน ฮิววิท ซึ่งศึกษาครั้งแรกในเอเชียปี 2544 ถึงปัจจุบัน องค์กรที่ได้รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่น เพราะพนักงานผูกพันดีเยี่ยม สร้างผลลัพธ์ธุรกิจได้มากกว่า คุมต้นทุนดีกว่า พร้อมเผชิญหน้า ขับเคลื่อนการทำงานข้ามความท้าทายดีกว่า ทั้งการแข่งขัน การทำงานแนวใหม่ ความเร็วการแบ่งปันข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูล ที่สำคัญองค์กรเหล่านี้สร้างผู้นำที่มีทักษะและมุ่งมั่นสร้างความผูกพันในทีมงาน ตลอดจนผู้คนรอบข้าง สอบถามการสร้างความผูกพันในองค์กรได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์