posttoday
อาร์ติเคิล22 แปรอาวุธเป็นทุนกู้ระเบิด

อาร์ติเคิล22 แปรอาวุธเป็นทุนกู้ระเบิด

12 เมษายน 2558

กว่า 40 ปีแล้วที่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลง กระนั้นผลพวงเลวร้ายจากการนองเลือดครั้งนั้น

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

กว่า 40 ปีแล้วที่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลง กระนั้นผลพวงเลวร้ายจากการนองเลือดครั้งนั้นก็ยังคงหลงเหลือตกทอดเป็นมรดกสืบต่อมาจนถึงชาวลาวรุ่นปัจจุบัน

มรดกที่ว่าก็คือ ทุ่นระเบิด ที่กองทัพสหรัฐโปรยทิ้งไว้มากกว่า 10 ล้านลูก ระหว่างปี 1964-1973 โดยระเบิดเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่ระเบิด ทำให้ในแต่ละปีมีรายงานประชาชนรวมถึงเด็กเสียชีวิตหรือพิการบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดหลายพันคน

ความเลวร้ายข้างต้นจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้ อลิซาเบธ ซูดา และคามิลล์ โอวท์ฟอร์ด สองสาวดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งร้านเสื้อผ้าแฟชั่น “อาร์ติเคิล22” จัดทำโครงการ “ซื้อคืนระเบิด” (บาย แบ็ก เดอะ บอมบ์) ขึ้นในปี 2010 ด้วยการว่าจ้างช่างฝีมือในลาวให้นำเศษชิ้นส่วนระเบิดมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับรูปแบบต่างๆ และนำมาวางขายในร้าน

ขณะเดียวกัน เครื่องประดับทุกชิ้นก็จะสลักข้อความเก๋ไก๋ไว้ เช่น “เลิฟ อีส เดอะ บอมบ์” หรือ “ดร็อป+เมด อิน ลาว” ที่คำว่าบอมบ์ (ระเบิด) สามารถสื่อความหมายได้ทั้งระเบิดที่เป็นอาวุธกับระเบิดในแง่ของความเท่หรือเจ๋ง

“เมื่อคุณเห็นใครสักคนสวมระเบิด คุณก็จะถามว่ามันคืออะไร ทำไมไม่ให้เรื่องราวของเครื่องประดับได้รับการบอกเล่า” ซูดา ระบุ

ขณะที่โอวท์ฟอร์ดเสริมว่า เรื่องราวเบื้องหลังทำให้ผู้คนยิ่งชื่นชอบเครื่องประดับมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการบ่งบอกว่าเครื่องประดับเหล่านี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ใดในโลก

ทั้งนี้ กระแสตอบรับของเครื่องประดับอาร์ติเคิล 22 นี้ยืนยันได้จากจำนวนประเทศที่วางขายในปัจจุบันซึ่งมีมากเกือบ 40 ประเทศ ในร้านค้าปลีกอีก 150 แห่งทั่วโลก

อาร์ติเคิล22 แปรอาวุธเป็นทุนกู้ระเบิด

 

ยิ่งไปกว่านั้นความภาคภูมิใจในเรื่องราวที่ถูกต้องนี้ ยังได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากดารานักแสดงชาวอเมริกันอย่าง โซอี้ คราวิทซ์ และโอลิเวียร์ ไวลด์ ที่สวมใส่เครื่องประดับดังกล่าวในงานนิวยอร์กแฟชั่นวีกที่ผ่านมา

ในส่วนของรายได้ที่ได้จากการขายเครื่องประดับ ส่วนหนึ่งก็คือค่าแรงของช่างฝืมือของหมู่บ้านในจังหวัดเชียงของ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคือค่าใช้จ่ายสำหรับการกู้เก็บกวาดทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือในลาว โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการอาร์ติเคิล 22 สามารถกู้ระเบิดในลาวได้แล้วมากกว่า 6.5 หมื่นตารางเมตร

สำหรับราคาของเครื่องประดับหนึ่งชิ้นนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายในการทำเป็นหลัก โดยชิ้นที่แพงที่สุดอยู่ที่ 1,250 เหรียญสหรัฐ (ราว 40,625 บาท) ซึ่งเป็นราคาที่สามารถกวาดล้างระเบิดได้ 840 ตารางฟุต ขณะที่เครื่องประดับทั่วไปช่วยเก็บกู้ระเบิดได้ราว 32 ตารางฟุต

นอกจากเครื่องประดับจำพวกแหวน สร้อยคอ จี้ และกำไลแล้ว ทางโครงการอาร์ติเคิล 22 ยังได้แตกไลน์สินค้าผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ด้วยการทำเป็นของที่ระลึกต่างๆ เช่น ช้อนเงิน พร้อมสลักข้อความที่มีความหมายส่งถึงผู้ซื้อแทนคำขอบคุณอีกด้วย

ด้าน จันนะผา คำวงสา เจ้าหน้าที่จากองค์กรเอ็นจีโอเพื่อต่อสู้กับมรดกเลวร้ายของสงครามในลาว ยอมรับว่าโครงการของอาร์ติเคิล 22 เป็นประโยชน์ไม่เฉพาะในแง่รายได้ปากท้องของคนในหมู่บ้าน แต่ยังหมายรวมถึงการมอบโอกาสและปกป้องสุขภาพของชาวลาวรุ่นต่อๆ ไป

“ทุกครั้งที่คุณสวมเครื่องประดับนอกจากความสวยงามแล้ว คุณยังได้รับความรู้สึกขอบคุณด้วยรักจากใจลาวด้วย” ซูดาและโอวท์ฟอร์ด สองสาวผู้ก่อตั้งอาร์ติเคิล 22 สรุป

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก