posttoday
ผุดหลักสูตต้านคนโกงชาติ สร้างภูมิคุ้มกันเด็กรุ่นใหม่

ผุดหลักสูตต้านคนโกงชาติ สร้างภูมิคุ้มกันเด็กรุ่นใหม่

23 มิถุนายน 2553

 

8...อาทิตย์ เคนมี

โครงการจัดทำหลักสูตรต้านคอร์รัปชัน “โตไปไม่โกง” เป็นหนึ่งในแนวทางสร้างความปรองดองเพื่อการปฏิรูประเทศไทย ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเล็งเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาที่บ่อนทำลายสังคมไทยทุกวันนี้ คือ ปัญหาคุณธรรม จริยธรรม และการมีสำนึกผิดชอบชั่วดี

ฉะนั้น หากเริ่มปลูกฝังค่านิยมในการต่อต้านผู้มีพฤติกรรมคดโกงให้กับเยาวชนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยลดความขัดแย้งในสังคมลงได้และเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ภายใต้กรอบแนวคิดนี้ กทม. จึงมีการเปิดตัวหลักสูตรโตไปไม่โกง เพื่อบรรจุลงในการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบครั้งแรก ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัด กทม. จำนวน 280 แห่ง เริ่มเดือน ส.ค.นี้ หากประสบความสำเร็จจะขยายผลไปถึงระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 436 แห่ง

ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และถึงแม้หลักสูตรโตไปไม่โกงไม่ได้เป็นยาปฏิชีวนะที่จะรักษาแผลให้หายในทันที แต่ก็เป็นเหมือนวิตามินที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กที่กำลังเติบโตเป็นอนาคตของชาติ

จากรายงานของคณะทำงานพัฒนาหลักสูตร โดย กทม. ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย เปิดเผยผลการศึกษาปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พบว่าความรุนแรงของการคอร์รัปชันส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศและความยากจน และเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยประเทศไทยติดอันดับการโกงลำดับที่ 84 จาก 180 ประเทศทั่วโลก

ที่ผ่านมางบการลงทุนของภาครัฐไม่ต่ำกว่า 20% รั่วไหลเข้าสู่กระเป๋านักการเมือง หรือคิดเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ค่านิยมของคนไทยถึง 43% รู้สึกชินชาและเห็นว่าโกงได้แต่ขอให้มีผลงาน

แม้จะมีการป้องกันและแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่ปัญหาก็มิได้ลดลง เหตุเพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ พฤติกรรมการโกงมีความซับซ้อนมากขึ้นจนรัฐไม่สามารถเอาผิดได้ ดังนั้นมาตรการปลูกฝังค่านิยมและการสร้างจิตสำนึกที่ดีงามจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบ่มเพาะตั้งแต่วัยเยาว์

ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการผุดหลักสูตรต้านคนขี้โกงของ กทม. โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนมีความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และไม่ยอมรับผู้ที่มีพฤติกรรมโกง

การดำเนินการที่ผ่านมา กทม. ได้มอบหมายนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันร่างหลักสูตรการเรียนการสอนภายใต้กรอบแนวคิด 5 ประการ ได้แก่ ความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ รักความเป็นธรรม มีจิตสาธารณะ และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

ขณะเดียวกันจะมีการผลิตตำรา สื่อการเรียน และคู่มือครูจำนวน 7,000 ชุด รวมทั้งฝึกอบรมครูปฐมวัยนำร่องจำนวน 10 รุ่น ให้มีความเข้าใจในเนื้อหาและมีทักษะในการสื่อสารถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียน

หลักสูตรต้านคอร์รัปชันจะถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรพิเศษท้องถิ่น 40 ชั่วโมงต่อปี หรือเฉลี่ย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยกระบวนการเรียนรู้จะเป็นการฝึกให้เด็กทำกิจกรรมด้วยความสนุกและสร้างสรรค์ สร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในการทำความดี ไม่ใช่ฝึกให้ท่องจำเหมือนในอดีต

ลักษณะกิจกรรมในหลักสูตร ตัวอย่างเช่น กิจกรรมชั่วโมงแห่งการขอโทษ กิจกรรมตามหาสมบัติสาธารณะ การเล่านิทานเรื่องโทษของการโกหก และการเล่าพฤติกรรมของบุคคลในประวัติศาสตร์ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีกิจกรรมละครเด็ก ศิลปะเด็ก และการจัดนิทรรศการ โดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายศิลปิน เครือข่ายพ่อแม่ และกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน

นับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้มีการปฏิรูปแนวทางการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ด้วยการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความดีลงในใจของเด็กและเยาวชน เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า และเพื่อลบล้างวาทกรรมผิดๆ ที่ว่า “รวยแล้วไม่โกง” หรือ “โกงได้แต่ขอให้มีผลงาน” ให้หมดไปจากความเชื่อของคนไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ