สปช.เสนอยกระดับกม.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
สปช.ชงยกระดับกฎหมายเบี้ยยังชีพเป็น พ.ร.บ. บำนาญพื้นฐาน ป้องนักการเมืองประชานิยม
สปช.ชงยกระดับกฎหมายเบี้ยยังชีพเป็น พ.ร.บ. บำนาญพื้นฐาน ป้องนักการเมืองประชานิยม
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูประบบรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ในเรื่องของการปฏิรูประบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นประธาน กมธ.ฯ ได้เสนอข้อสรุปในการปฏิรูปเรื่องดั่งกล่าว และได้เสนอแนวทางการปฏิรูป 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสภาพแวดล้อมและบริการสาธารณะ ด้านสุขภาพ และด้านสังคม
สำหรับด้านเศรษฐกิจ จะเป็นข้อเสนอที่สร้างหลักประกันทางรายได้ให้กับผู้สูงอายุ ด้วยการจัดตั้งกลไกระดับชาติ เพื่อกำหนดนโยบายและกำกับดูแลระบบบำนาญ ให้มีทิศทางเอกภาพ นอกจากนี้ กมธ.ฯ ยังได้เสนอให้เปลี่ยนสถานะกฎหมายของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ ให้เป็น พ.ร.บ บำนาญพื้นฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองที่มีแนวคิดประชานิยม มาเปลี่ยนแปลงระเบียบว่าด้วยเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ
ส่วนด้านสภาพแวดล้อมและบริการสาธารณะ มีข้อเสนอให้สร้างชุมชนน่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุ, ส่งเสริมบ้านปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัย กำหนดที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม อีกทั้งยังมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจเพื่อรับสังคมผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังได้มีข้อเสนอให้ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพและ คนชรา พ.ศ. 2548 และกฎกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น
ทั้งนี้การปฏิรูปด้านสุขภาพทาง กมธ.ฯ ได้มีข้อเสนอให้ส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งอย่ามีส่วนร่วม ด้วยการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถจัดการ สร้างเสริมและดูแลสุขภาพของตนเองได้ และยังได้เสนอให้มีการปฏิรูประบบบริการสุขภาพ ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เช่นการสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพและป้องการการเจ็บป่วย การรักษาฟื้นฟูสภาพระยะหลังเจ็บป่วยเฉียบพลัน เป็นต้น นอกจากนี้ทาง กมธ.ฯ ยังได้เสนอให้สร้างมาตรฐานของผู้บริหาร และกลไกการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการด้วย
ท้ายสุดคือการปฏิรูปด้านสังคม เพื่อรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านทางประชากร ด้วยการเตรียมคนไทยให้พร้อมเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ ด้วยการส่งเสริมการวางแผนชีวิต เช่นการทำให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้ และสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้นานที่สุด ส่งเสริมการวางแผนชีวิตตั้งแต่อายุ 40-50 เพื่อความเป็นอยู่ที่ดียามชราเป็นต้น อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพและบทบาทขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เช่นการดึงให้ผู้สูงมีอายุเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นเป็นต้น
ขณะที่ สมาชิก สปช. ส่วนใหญ่ได้อภิปรายเห็นด้วยกับข้อเสนอในการปฏิรูปเรื่องดั่งกล่าว โดยนางสาวสารี อ่องสมหวัง กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะอยู่กับบ้านดูโทรทัศน์ ทำให้ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาสินค้าที่ขายตามช่องเคเบิ้ล จนทำให้หลายคนต้องเอาเงินสวัสดิการของตนเองไปซื้อสินค้าเหล่านั้น ซึ่งมีราคาแพงมาก ในส่วนระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้มีการทำมาตรฐานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งยกตัวอย่างในหมู่บ้านบางแห่งของ จ.อยุธยา ที่ได้ทำเรื่องนี้เป็นรูปธรรมบ้างแล้ว เช่น อาศัยหมู่บ้านจัดบริการให้ผู้สูงอายุ หรือรับเลี้ยงดูผู้สูงอายุ จึงอยากเห็นการเดินหน้าในการปฏิรูปเรื่องนี้
นายวิทยา กุลสมบูรณ์ กล่าวว่า เสนอให้วางมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุถูกหลอก อย่างในด้านเศรษฐกิจที่มีคนเสนอให้เอกชนเป็นผู้ดูแลเรื่องของการออมและการ ประกัน แต่ปัจจุบันมีผู้ไม่หวังดีแสวงหาผลประโยชน์เป็นเงินหลายร้อยล้านบาทจากผู้ สูงอายุ โดยล่อลวงให้เป็นสมาชิกโดยอ้างว่าจ่าย1,500 บาท แล้วจะได้ประกันหลักล้าน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีมาตรการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบในเรื่องนี้ ในส่วนของเรื่องสุขภาพ ผู้สูงวัยก็ยังคงเป็นเหยื่อโฆษณาขายยาสมุนไพรอย่างมากมาย ที่ผู้สูงอายุเสียไปกับยาต่างๆ แถมได้โรคร้ายเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังต้องมีมาตรการป้องกันยาบอกต่อ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ และยังมีอีกหลายด้านที่ผู้สูงอายุถูกเปรียบ จึงขออยากให้มีการป้องกันและพิทักษ์ผู้สูงอายุ ไม่ให้ถูกหลอกลวงต่อไป
นางจุรี วิจิตรวาทการ กล่าวว่า เสนอให้เน้นเรื่องของสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นไปตามอายุโดยจะมีความรู้สึกในเรื่องของการน้อยเนื้อต่ำใจเพิ่มขึ้น อีกทั้งลูกหลานก็อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง นอกจากนี้นโยบายการดูแลผู้สูงอายุในประเทศสิงค์โปร ก็มีประเด็นที่น่าสนใจบางเรื่องเช่น อนุญาตให้ผู้สู.อายุสามารถฟ้องลูกหลานหากไม่ดูแล หรือมีการวางมาตรการสังคมบางอย่าง เช่น รณรงค์ให้เด็กในโรงเรียนเข้าใจผู้สูงอายุ และทำให้เด็กๆอยากอยู่กับปู่ย่าตายาย และที่น่าชื่นชมเป็นพิเศษก็คือการรณรงค์ผ่านสื่อ โดยประเทศสิงคโปร์ เองก็ได้ทำสารคดีพูดถึงความรักของคนในครอบครัว ทั้งจริงและแต่งบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดแรงบันดาใจเห็นคุณค่าของคนในครอบครัว
อย่างไรก็ตามที่ประชุม สปช. ได้ลงมติเห็นชอบกับรายงานของ กมธ.ฯ เรื่องการปฏิรูประบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ด้วยมติเห็นชอบ 208 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 0 เสียง จากนั้น สปช. จะนำรายงานดังกล่าวเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีต่อไป







