
จ่อเชือดภาษีซ้ำ83เครือข่ายเสื้อแดง
สรรพากรตั้งแท่นรอประเมิน ดีเอสไอประเดิมสอบแม้วญาติ
โพสต์ทูเดย์
— สรรพากรเตรียมสอบภาษี 83 รายชื่อเครือข่ายแดงต่อจากดีเอสไอนายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการตรวจสอบภาษีคดีเกี่ยวโยงกับเครือ ข่ายเสื้อแดงว่า ต้องรอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สรุปผลออกมาก่อนว่าเงินที่ได้มาของบุคคลต่างๆ ตามรายชื่อ 83 ราย เป็นเงินที่ได้มาเพื่อก่อการร้าย หรือเป็นเงินที่หาได้มาด้วยตัวเอง หากเป็นกรณีหลังทางกรมสรรพากรก็จะเข้าไปประเมินว่าเงินดังกล่าวมีการเสียภาษีถูกต้องแล้วหรือยัง หากยังไม่มีการเสียภาษีก็ต้องดำเนินการเก็บให้ถูกต้อง
ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำตารางนัดหมายคณะบุคคลหรือนิติบุคคลทั้ง 83 ราย ที่ทำธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยมาแจกแจงต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุว่าได้มีการนัดกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลทั้ง 83 รายชื่อ ครั้งที่ 1 โดยนัดวันละ 8 ราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.22 ก.ค. ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือญาติ จะถูกเรียกมาชี้แจงในวันที่ 2829 มิ.ย.
ทั้งนี้ แต่ละรายชื่อคงเรียกเข้ามาสอบอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้บุคคลทั้งหมดมีโอกาสชี้แจง อย่างไรก็ตาม หากไม่มารายงานตัวและไม่แจ้งให้ดีเอสไอทราบถึงสาเหตุภายใน 60 วัน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เชื่อมั่นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอยู่ต่างประเทศคงทราบเรื่องตารางนัด และคงมอบทนายความหรือญาติพี่น้องมาชี้แจงแทนตัวเองแน่นอน
“
บุคคลที่จะเข้ามาชี้แจงจะต้องเตรียมตัวตอบคำถาม แจกแจงที่มาที่ไปของเงินที่เข้าออกผ่านบัญชีว่าตรงกับแบบรายงานธุรกรรมทางการเงินที่ได้แสดงต่อ ปปง. เมื่อ 9 เดือนก่อนไว้หรือไม่ และต้องนำเอกสารมายืนยันว่าตรงกับข้อมูลที่เคยรายงานหรือตรงกับสถาบันการเงินหรือไม่” นายธาริต กล่าวด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธเรื่องการวิ่งเต้นถอนรายชื่อผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์จากเดิม 86 ราย เหลือ 83 รายชื่อ ว่า ตนไม่ได้ตามรายละเอียด แต่ตัวบัญชีทั้งหมดศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นผู้ดำเนินการ เข้าใจว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการลงนามเรื่องต่างๆ
“
ไม่คิดว่าจะมีประเด็นเรื่องของการวิ่งเต้น เพราะเท่าที่ทราบเวลาที่มีการสอบถามว่าทำไมมีการปล่อยให้ทำธุรกรรมเขาก็จะชี้แจงว่า 1.ถ้าสามารถชี้แจงในสิ่งที่ถูกมองว่าผิดปกติได้อย่างมีเหตุมีผลก็ปล่อยไป 2.ถ้ามีความจำเป็นในการที่จะต้องชำระเงินจ่ายพนักงาน จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ประกอบธุรกิจ หรือใช้หนี้ ก็ดำเนินการได้ ซึ่งจะมีคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองและเสนอให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบเป็นผู้ลงนาม” นายอภิสิทธิ์ กล่าวสำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกตัดออกไป 3 ราย คือ นายเอกราช ช่างเหลา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม และ ร.อ.มนัส หรือนายธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งล้วนสนิทกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย







