posttoday
จตุพร-แกนนำนปช.พบDSIทวงคืบหน้าคดี99ศพ

จตุพร-แกนนำนปช.พบDSIทวงคืบหน้าคดี99ศพ

07 เมษายน 2558

"จตุพร" ควงแกนนำ นปช. พบ "อธิบดีดีเอสไอ" ถามความคืบหน้าคดี 99 ศพ ด้าน "อธิบดีดีเอสไอ" ยืนยันพร้อมทำทุกอย่างเพื่อความเป็นธรรม

"จตุพร" ควงแกนนำ นปช. พบ "อธิบดีดีเอสไอ" ถามความคืบหน้าคดี 99 ศพ ด้าน "อธิบดีดีเอสไอ" ยืนยันพร้อมทำทุกอย่างเพื่อความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นพ.เหวง โตจิราการ นายยศวริศ ชูกล่อม นายวรชัย เหมะ เดินทางเข้าพบนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อสอบถามกรณีที่มีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนบางส่วนในคดีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 จำนวน 99 ศพ พร้อมร้องขอให้มีตัวแทน ของกลุ่ม นปช.เข้าร่วมรับฟังการสอบสวนในคดี

นายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนได้เรียกร้องให้ดีเอสไอปฏิบัติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะเรื่องการไต่สวนสำนวนชันสูตรพลิกศพ ซึ่งสำนวนที่อยู่ในดีเอสไอทั้งหมด 89 ศพ ซึ่งมาจาก 21 จุดความตาย โดยทราบว่า ขณะนี้ที่มีการไต่สวนและศาลได้สั่งว่า ผู้ตายเป็นใคร ตายด้วยเหตุอะไร และใครเป็นคนร้ายที่ทำให้ตายนั้น มีจำนวน 28 ศพแล้ว ส่วนที่เหลือในระหว่างนี้ ดีเอสไอได้ส่งให้อัยการ และในส่วนของ 27 ศพ รวมถึงกรณีของพ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.)

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีความคืบหน้าช้ามาก ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าจากการตั้งคณะกรรมการเพิ่มใหม่นั้นส่วนใหญ่มาจากทหาร จึงเกรงว่าจะไม่มีความโปร่งใสและความยุติธรรม ซึ่งประเด็นของชายชุดดำที่มีภาพเพียงเหตุการณ์เดียวคือบริเวณแยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ซึ่งไม่ทราบจุด จึงเกรงว่าจะมีการเหมารวมว่าการก่อเหตุในจุดอื่นเกิดจากชายชุดดำ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักข่าวอัลจาซีร่าได้มีการเผยแพร่ภาพ ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ในยุคก่อนนี้ เคยเรียกสำนักข่าวดังกล่าวเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับภาพ แต่สำนักข่าวก็บอกว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้ถ่ายด้วยผู้สื่อข่าวเอง แต่มีคนมาขายภาพให้ จึงอยากให้คณะทำงานชุดนี้ได้ทำการสอบสวนขยายผลไปถึงคนที่นำภาพดังกล่าวมาขายด้วย

"ผมอยากทราบว่า การตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เป็นไปเพื่อเริ่มต้นใหม่หรือทำงานต่อจากคณะทำงานชุดเก่า และขอทราบรายละเอียดความคืบหน้าของคดี พร้อมแนวทางการทำงาน ส่วนคดีที่พิสูจน์ทราบแล้วว่าการเสียชีวิตเกิดจากฝั่งของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในรัฐบาลที่มีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจะสามารถดำเนินการได้แค่ไหน ทั้งในด้านสังกัดขอบเจ้าหน้าที่ และการนำอาวุธมาตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การมาติดตามเรื่องวันนี้ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของพวกตน เพราะคดีของพวกตนเลยขั้นตอนของดีเอสไอไปแล้ว แต่ต้องการมาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของครอบครัวผู้เสียเสียชีวิต โดยจะขอติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ"นยายจตุพรกล่าว

ขณะที่ นพ.เหวง กล่าวว่า เพื่อความโปร่งใสในการทำงานจของดีเอสไอ จึงอยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถส่งตัวแทนเข้ารับฟังการสอบสวนได้หรือไม่ และหากมีหลักฐานใหม่จะสามารถรื้อฟื้นคดีได้หรือไม่

ด้าน นางสุวณา กล่าวว่า ทางดีเอสไอไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะพนักงานสอบสวนอย่างที่เป็นข่าวออกไป แต่เป็นการเพิ่มเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มาจากทหาร จำนวน 7 คน เพื่อมาประสานงานกับทหารที่เกี่ยวข้อง โดยการสอบสวนคดีให้มีความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง ยังเป็นการทดแทนคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่เกษียณอายุราชการ ส่วนกรณีที่ตัวแทนกลุ่ม นปช. จะขออนุญาตเข้ามารับฟังการสอบสวนนั้น เรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เพราะอาจกระทบต่อรูปคดี แต่หากทนายความของผู้เกี่ยวข้องที่เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอ ก็สามารถเข้าร่วมรับฟังได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย

นางสุวณา กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของทหารที่เข้ามาร่วมในพนักงานสอบสวนชุดนี้ เป็นข้าราชการดีเอสไอ ที่เคยเป็นทหารพระธรรมนูญ ซึ่งดีเอสไอต้องการให้พนักงานอสบสวนกลุ่มนี้เป็นผู้ประสานงานกับทางทหารในการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทหาร เพราะก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนนว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน ซึ่งดีเอสไอต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนเรื่องการตรวจอาวุธปืน ทางดีเอสไอกำลังจะดำเนินการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เรากจะทำงานด้วยความโปร่งใส และทำให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายเชื่อถือการทำงานของเรา โดยยืนยันว่า การทำงานครั้งนี้ไม่การตั้งธงแต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงกำหนดการจัดงานรำลึกการเสียชีวิตของกลุ่มแนวร่วม นปช. และทหารจำนวน 99 ศพ ว่า ตนได้ทำหนังสือถึง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อชี้แจงรายละเอียดการจัดงานในวันที่ 10 เม.ย.นี้ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 99 ศพ โดยยืนยันว่า จะไม่มีการปราศรัยหรือมีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงแต่อย่างใด โดยทำบุญเสร็จแล้ว พวกตนและคนอื่นๆก็จะเดินทางกลับโดยทันที

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล