กองทัพเรือจับน้ำมันเถื่อนเกือบแสนลิตร
ชลบุรี-กองทัพเรือ จับเรือน้ำมันเถื่อนกลางอ่าวไทยเกือบแสนลิตรลักลอบนำเข้าจากมาเลเซียและลูกเรืออีก 5 คน
ชลบุรี-กองทัพเรือ จับเรือน้ำมันเถื่อนกลางอ่าวไทยเกือบแสนลิตรลักลอบนำเข้าจากมาเลเซียและลูกเรืออีก 5 คน
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.ร.ต.เดชดล ภู่สาระ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วย น.ต.กฤษณะ ชูสาย ผู้บังการเรือหลวงหัวหิน (ร.ล.หัวหิน) ได้นำกำลังได้ตรวจสอบเรือชื่อเพชรบุรี 99 ตัวเรือสีฟ้า ขนาด 25 วา กว้าง 5 เมตร ดัดแปลงเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน ทิ้งสมอลอยลำอยู่ในพิกัดแบริ่ง 185 ระยะ 23 ไมล์ จากเกาะจวง ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แต่ไม่มีเอกสารประจำเรือ จึงได้ควบคุมเรือ พร้อมลูกเรือรวม 5 คน คือ นายไตรเทพ ตู้ทองคำ ผู้ควบคุมเรือ นายธเนศ นาคำ นายอิทธิพล ชูแว่น นายอภิสิทธิ์ ประดับคำ และนายสัญญา ดาทอง เข้าเทียบยังท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จากนั้นได้ประสาน สำนักงานสืบสวนปราบปรามชลบุรี กรมศุลกากร สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำสัตหีบ เข้าตรวจสอบพบของกลาง น้ำมันดีเซล (น้ำมันเขียว) ที่บรรจุอยู่ในระวางเรือ จำนวน 87,000 ลิตร และเงินจำนวน 962,000 บาท เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหา มีน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว(ชนิดสีเขียว) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงภาษี
ด้าน พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้อำนวยการ ศูนย์การปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และเสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพเรือ โดย พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มีนโยบายเร่งด่วนไปยัง ศรชล. ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือทั้ง 3 เขต มีอ่าวไทยตอนบน ตอนล่าง และทะเลอันดามัน ให้เข้มงวดกวดขันการกระทำความผิดกฎหมายทางทะเล โดยเฉพาะเรือประมงขนาดใหญ่ ที่ทำการประมงระหว่างประเทศให้มีการขึ้นทะเบียนเรือ และระบบการติดตามเรือ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องของการค้ามนุษย์
นอกจากนี้ยังได้ให้เพิ่มความเข้มในการหาข่าวในทะเล ชายฝั่งให้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเข้มงวดกวดขัน ป้องปราม ปราบปรามเหล่านี้ ล้วนเป็นผลประโยชน์ของคนไทย ในการส่งออกอาหารทะเลสู่ต่างประเทศ จึงขอให้ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือ แจ้งจดทะเบียนเรือให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติร่วมกัน







