
พบพิรุธถือครองที่ดินเขาเเพงมิชอบ
กมธ.กม.สภาฯ บี้ติดลูกชายสุเทพ พบพิรุธส่อถือครองทีดินเขาแพงไม่ชอบ หลังพบบริษัทเรืองปัญญา ผู้ครองครอบในช่วงต้นแจ้งข้อมูลจดทะเทียนตั้งบริษัทเท็จ
กมธ.กม.สภาฯ บี้ติดลูกชายสุเทพ พบพิรุธส่อถือครองทีดินเขาแพงไม่ชอบ หลังพบบริษัทเรืองปัญญา ผู้ครองครอบในช่วงต้นแจ้งข้อมูลจดทะเทียนตั้งบริษัทเท็จ
ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทราปราการ พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการเป็นประธาน ได้พิจารณาศึกษาตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการถือครองที่ดินของนาย แทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในที่ดิน 3 แปลง โฉนดเลขที่ 28109 ,37345 ,และ 37346 ใน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งส่อว่าเป็นความผิดต่อกฎหมาย เนื่องจากเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ ครอบครองที่ดินอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่มีสิทธิครอบครองและ ใช้สิทธิครอบครองทำประโยชน์
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เชิญนายมงคล อินทสุวรรณ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายจำลอง โพธิ์เพชร เจ้าพนักงานที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย นายชัยณรงค์ โซ่ไชย ผอ.สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมาธิการ ส่วนใหญ่ ทั้งนายประชา และนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้พยายามสอบถามถึงการได้มาของที่ดินดังกล่าว โดย การถือครอบที่ดินน่าจะมีความผิดปกติ เพราะ หจก. เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น จำกัด ได้ใช้ชื่อบริษัทซื้อขายและครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2537 ทั้งๆที่ยังไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็น บริษัทเลย ถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จ และทำให้การครอบครองที่ดินไม่ถูกกฎหมายด้วย ขณะที่นายจำลอง ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ป่าสงวน ซึ่ง หจก. เรืองปัญญา ขายที่ดิน นส.3 ก. ให้กับนายแทน เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2544 ในราคา 6,615,000 บาท โดย หจก. เรืองปัญญา ซื้อขายและครอบครองที่ดิน ตั้งแต่ปี 2537 แต่จด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2539
นายสุทัศน์ กล่าวอีกว่า ที่ดินดังกล่าวบริษัทเรืองปัญญาถือมา 6 ปี ซึ่งหากนับย้อนไปก็จะต้องเป็นปี 2537 แต่ หจก.เรืองปัญญา กลับเพิ่งตั้งเมื่อปี 2539 ซึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่ขายที่ดินย้อนหลังให้ 2 ปี นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทมีทุนจดทะเบียน 6 ล้าน แต่กลับไม่มีการทำธุรกรรมอะไร ไม่มีการแสดงงบดุล และเสียภาษีอะไรเลย ทั้งนี้นายชัยณรงค์ ชี้แจงว่า การซื้อขายที่ดินดังกล่าวของ บริษัท เรืองปัญญา ไม่มีการเสียภาษี และตั้งแต่จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ไม่มีการทำธุรกรรมใดๆ โดยตอนนี้ได้ปิดตัวลงแล้ว







