
“วงศ์ศักดิ์” เดือดถูกฝ่ายการเมืองโยนบาปสมาร์ทการ์ด
“วงศ์ศักดิ์” เดือด ถูกฝ่ายการเมืองโยนบาป สมาร์ทการ์ดผิดกฎกระทรวง โต้ ทำถูกต้องทุกประการมีแผนที่ประเทศไทยครบ แต่ถูกคณะทำงานศรีธนญชัย ดองเรื่องไว้ จี้ อัยการสูงสุดชี้ขาดใช้สมาร์ทการ์ดแบบใหม่หรือเก่า หวั่นประชาชนใช้บัตรเหลืองเดือดร้อน “ปู่จิ้น” ทำมึน อ้างยังไม่รู้รายละเอียด
“วงศ์ศักดิ์” เดือด ถูกฝ่ายการเมืองโยนบาป สมาร์ทการ์ดผิดกฎกระทรวง โต้ ทำถูกต้องทุกประการมีแผนที่ประเทศไทยครบ แต่ถูกคณะทำงานศรีธนญชัย ดองเรื่องไว้ จี้ อัยการสูงสุดชี้ขาดใช้สมาร์ทการ์ดแบบใหม่หรือเก่า หวั่นประชาชนใช้บัตรเหลืองเดือดร้อน “ปู่จิ้น” ทำมึน อ้างยังไม่รู้รายละเอียด
นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เปิดแถลงข่าว กรณีที่มีการระบุว่า เหตุที่ไม่สามารถออกบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นบัตรสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่ให้กับประชาชนทั่วประเทศได้ โดยต้องกลับมาออกบัตรเหลืองใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนนั้น เพราะการจัดซื้อและการจัดทำบัตรไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงมหาดไทย ทำให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ไม่สามารถส่งมอบบัตรสมาร์ทการ์ดชุดนี้ได้ อีกทั้งทางกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2553 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตนเอง กรณีครั้งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานออกบัตร (อธิบดีกรมการปกครอง) ว่าได้รับรองแบบบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 22 (2550) จนเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย นั้น ตนเองขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นการกล่าวหากันโดยไม่มีหลักฐานใดๆ และยังไม่ปรากฎว่าใครต้องรับผิดชอบ ดังนั้น ขอให้มีการตั้งกรรมการขึ้นเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงผู้กระทำผิดที่แท้จริง ที่ทำให้ทางราชการเสียหาย โดยมิใช่กำหนดให้ผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่มีการระบุว่าการรับรองแบบบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ในสมัยที่ตนเองเป็นอธิบดีกรมการปกครองไม่เป็นไปกฎกระทรวง โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) อ้างว่าไม่มีรูปประเทศไทยบนบัตรนั้น ขอชี้แจงว่า อธิบดีในฐานะเจ้าพนักงานออกบัตร มีอำนาจการออกแบบและกำหนดรายละเอียดต่างๆบนบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน จึงได้มีการเสนอให้มีตัวหนังสือขนาดเล็กสีแดง(MICROTEXT) ที่สามารถใช้แว่นขยายส่องดูอ่านได้เป็นคำว่า THAILAND ต่อกัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ พิมพ์ด้วยวัสดุเพื่อป้องกันการปลอมแปลงภาพถ่ายบุคคลเจ้าของบัตร เพราะคำว่า THAILAND จะเป็นเส้นโค้งจากด้านล่างซ้ายของบัตรพาดผ่านไปยังบริเวณที่พิมพ์ภาพถ่าย และหากมีการลบภาพถ่ายเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เป็นภาพถ่ายของบุคคลอื่นที่มิใช่เจ้าของบัตร ตัวหนังสือขนาดเล็กสีแดงฯ นี้ จะถูกลบไปด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทราบได้ทันทีว่ามีการปลอมแปลงหรือมีการทุจริตในการทำบัตรประจำตัวประชาชนเกิดขึ้น การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นนั้น ถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์และเหตุผลของกฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2550) ทุกประการ แต่ถือเป็นความลับของทางราชการที่ไม่พึงเปิดเผยหรือระบุไว้ชัดเจนในกฎกระทรวง เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้โจรผู้ร้าย มิชฉาชีพ อาชญากรรม ลอกเลียนแบบได้ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงอย่างรุนแรง จึงให้ต่เป็นดุลพินิจที่เจ้าพนักงานออกบัตร จะเป็นผู้กำหนด
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดระบบป้องกันการปลอมแปลงอีกประการ กล่าวคือ การกำหนด Hologram ในตำแหน่งที่เป็นรูปแผนที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นระบบภาพเชิงซ้อน 3 มิติ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เหมือนบัตรประชาชนรุ่นที่ผ่านมา แต่จะสามารถมองเห็นด้วยแสง Ultra Violet (UV) เพื่อป้องกันการปลอมแปลงซึ่งตนเองได้เห็นชอบลงลายมือชื่อรับรองรูปแบบบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ไปแล้ว ตามที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองเสนอ ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2552 ที่ผ่านมาพร้อมทั้งได้ลงนามในหนังสือแจ้งปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักบริหาร เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2552 แต่มาภายหลัง จึงทราบว่าคณะทำงานของรมว.มหาดไทยได้นำเรื่องทั้งหมดจากเจ้าหน้าที่สำนักบริหารการทะเบียนไปเก็บไว้ โดยมิได้ดำเนินการแต่อย่างใด
อีกทั้งกรมการปกครองได้เห็นชอบรูปแบบบัตรฯ แบบ1-E และขอให้นำเรียน รมว.มหาดไทยเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2552 ซึ่งทั้งปลัดและรมว.มหาดไทย ได้ลงนามเห็นชอบในวันที่ 14 ธ.ค. 2552 แต่หลังจากนั้นอีก 2วัน ได้ รับทราบว่าคณะทำงานของรัฐมนตรีฯ ได้แจ้งให้ นายวงเทพ เขมวิรัตน์ ครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนบัตรประจำตัวประชาชน ไปรับเรื่องคืนจากนายธานี สามารถกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีช่วยราชการกระทรวงมหาดไทยเป็นคณะทำงานคนหนึ่ง และสั่งการให้สำนักบริหารการทะเบียน แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณารูปแบบบัตรประจำตัวประชาชนจำนวน 6 คน ซึ่งทางคณะกรรมการได้มีความเห็นเท่ากันทั้ง 2 ฝ่ายทั้งให้ใช้รูปแบบเดิมไปก่อนและให้เป็นแบบ1-E ที่ตนเองในฐานะพนักงานออกบัตรได้รับรองไป แต่นายบุญเสริม จิตเจนสุวรรณ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารการทะเบียนเป็นประธาน ได้นำเสนอหนังสือเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2553 แจ้งปลัดกระทรวงไอซีที ว่าเห็นชอบให้ใช้รูปแบบบัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ทการ์ดแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่รุ่น1-E ที่ผมรับรองไป แต่คณะทำงานรมว.มหาดไทยได้เก็บเรื่องไว้ ไม่นำส่งกระทรวงไอซีทีเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน จนทำให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องขอให้กรมการปกครองทบทวนการพิจารณารูปแบบบัตรอีกครั้งหนึ่งและขอให้ยืนยัน การกระทำการรับรองบัตรประจำตัวประชาชน ของตนเอง จึงเป็นการกระทำตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้ใช้ดุลพินิจได้ และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่องความเสียหายแก่ทางราชการนั้น ตนเองเห็นว่าทางกรมการปกครองที่ตนเองดูแลอยู่ในขณะนั้นได้ปฏิบัติตามขั้นตอนแล้วแต่ความล่าช้าซึ่งเป็นความเสียหาย น่าจะเกิดจากคณะทำงานรมว.มหาดไทยมากกว่าที่มีการนำเรื่องไปดองกว่า 3-4 เดือน โดยไม่มีการลงรับในระบบงานสารบรรณไว้ เหตุให้เกิดการล่าช้าเป็นผลให้การผลิตบัตรฯ ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา เป็นการสร้างความเสียหายต่อทางราชการเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ต้องมีการสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อหาตัวบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการที่แท้จริง ต่อไป
“ผมเบื่อพวกศรีธนญชัยที่ไม่รู้เรื่องแล้วออกมาพูดว่าบัตรที่ออกใหม่ผิดกฎกระทรวงแบบนั้นแบบนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงเป็นการออกแบบที่ถูกต้องตามกฎกระทรวงทุกประการ และมีการป้องกันการปลอมแปลงยากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน แต่กลับมากล่าวหากันว่าผมทำไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ที่จะให้ใครมาใส่ร้ายเรื่องที่ผมอย่างถูกต้องเพื่อประโยชน์ของประชาชน มาเป็นเรื่องที่ผิดแบบนี้ ซึ่งผมคงไม่ท้อเพราะเจอมาหลายเรื่องแล้ว อย่างไรก็ตามทางออกในเรื่องนี้เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด โดยสามารถใช้สามาร์ทการ์ดได้ทันทีโดยไม่ต้องย้อนไปเป็นยุคเต่าล้านปีใช้บัตรเหลืองนั้น เพราะการใช้บัตรเหลืองจะมีปัญหาตามมาอีกมาก โดยหากเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างองค์กรของรัฐที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงไอซีทีเห็นไม่ตรงกัน สามารถส่งให้อัยการสูงสุดชี้ชาดได้ และขอให้รีบดำเนินการไม่ใช้ยังดองเรื่องไว้อีก” นายวงศ์ศักดิ์ กล่าว และว่าในวันที่ 24 มิ.ย. ตนเองจะยื่นหนังสือคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(กมธ.ป.ป.ช.)สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวิลาศจันทร์พิทักษ์ เป็นประธาน ด้วย
ขณะที่นายนายชวรัตน์ ชาญวีระกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เท่าที่ทราบพบว่า บัตรสมาร์ทการ์ด ที่นายวงศ์ศักดิ์ เซ็นต์อนุมัติไว้นั้นไม่ได้เป็นไปตามแบบฉบับคงเดิม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงจึงให้ ทางอธิบดีกรมการปกครองไปทำมาใหม่ แต่หากนายวงศ์ศักดิ์ ยืนยันว่าทำถูกต้องคงต้องให้มีคนมายืนยันก่อน อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้มากนักว่าจะต้องรับผิดชอบความเสียหาย 988 ล้านบาท หากต้องมีการทำบัตรใหม่หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของข้าราชการไม่ใช่เรื่องของรัฐมนตรี แต่หากมีความจำเป็นคงต้องเรียกมาชี้แจง







