
การเตรียม ความพร้อมบุคลากรท่องเที่ยวไทย
ฉบับที่แล้วผู้เขียนได้นำเสนอภาพเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรของไทยเพื่อการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนว่าเป็นเรื่องสำคัญ และจะพึ่งพาหน่วยงานเดียวไม่ได้
ฉบับที่แล้วผู้เขียนได้นำเสนอภาพเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรของไทยเพื่อการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนว่าเป็นเรื่องสำคัญ และจะพึ่งพาหน่วยงานเดียวไม่ได้
การที่จะให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะสามารถเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเปิดประชาคมอาเซียน รวมถึงการที่จะดูแลด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวจะต้องเตรียมพร้อมอย่างมียุทธศาสตร์
นั่นก็คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งกรมการท่องเที่ยวจะต้องร่วมมือกันเป็นหน่วยงานหลักในการเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงกรอบข้อตกลงยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว(Mutual Recognition Arrangement) 32 ตำแหน่งงาน
อีกทั้งต้องประสานกำกับดูแลอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว 32 ตำแหน่งงานทั้งเข้าและออกจากไทย และเพื่อให้ประเทศไทยมีมาตรฐานสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ที่ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน (MOU) มาแล้ว จำเป็นจะต้องเร่งเพิ่มบุคลากรวิชาชีพให้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและสมรรถนะวิชาชีพที่เป็นมาตรฐานสากล
ดังนั้น การที่จะดูแลนักท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งเป้าเอาไว้ถึง 25 ล้านคนในปีนี้ และคาดว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยถึง 30 ล้านคนในเวลาอันใกล้ ลำพังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงไม่สามารถเตรียมคนเพื่อรับรองนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน
เนื่องจากการเตรียมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเกี่ยวกับหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงต่างๆ ไม่น้อยกว่า 7 หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบในการผลิตกำลังคนให้เพียงพอและสอดคล้องกับศักยภาพของสถานประกอบการไทย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีหน้าที่ในการป้อนข้อมูลให้กับหน่วยผลิตบุคลากรของประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากขาดฐานข้อมูลที่ดี กำลังคนในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่เป็นอยู่ ถ้าสมรรถนะ (Competency) ไม่ถึงระดับที่ต้องการ ก็ต้องประสานกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเข้าไปยกระดับฝีมือหรือรับรองมาตรฐานสมรรถนะให้กับกำลังคนในสถานประกอบการ
โดยเฉพาะหน่วยงานของสภาหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องให้การสนับสนุนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดเตรียมหรือยกระดับความพร้อมให้บุคลากร ธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการท่องเที่ยว เพื่อช่วยชี้ถึงกำลังคนที่มีสมรรถนะตรงกับความต้องการของผู้ประกอบกิจการ
ทางด้านการอำนวยความสะดวกและด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องบูรณาการกับกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ต้องกระโดดเข้ามาร่วมทีมในการแก้ปัญหา เพื่อให้ไทยเป็น “สวรรค์แห่งการท่องเที่ยว” ของโลก
ผู้เขียนเห็นว่าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมี 4 ด้าน คือ
1.การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรวิชาชีพ
2.การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.การสนับสนุนให้เกิดความเพียงพอทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานโลก
4.เป็นศูนย์กลางข้อมูลหรือเป็นแหล่งเผยแพร่ให้ข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความเป็นมาเป็นไปเกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานสมรรถนะให้กับกำลังคนที่เกี่ยวข้องกับ 32 ตำแหน่งงาน ที่ได้ลงนามตกลงกันไว้กับอาเซียนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด
เหลือเวลาเพียง 10 เดือนแห่งความเป็นประชาคมอาเซียนจะมาถึงอย่างเต็มรูปแบบ รัฐบาลคงต้องเร่งมือทำแล้ว จะมารอไม่ได้...







