
กมธ.กฎหมาย สภาฯ เร่งตรวจที่ดินเขาแพง
กมธ.กฎหมาย สภาฯ เร่งตรวจที่ดินเขาแพง บี้ “นิพนธ์” คืนที่ให้หลวง
กมธ.กฎหมาย สภาฯ เร่งตรวจที่ดินเขาแพง บี้ “นิพนธ์” คืนที่ให้หลวง
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อม ด้วยนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณการถือครองที่ดินเขาแพง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
นายประชากล่าวว่า จากการเชิญเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมที่ดินเข้าชี้แจงกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง ของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พบว่า จากการตรวจสอบและชี้แจงของเจ้าหน้าที่พบว่ามีพิรุธในการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท หจก.เรืองปัญหา คอนทรัคชั่น จำกัด ซึ่งได้สอบถามถึงที่มาของที่ดินดังกล่าวได้มาเมื่อในปี พ.ศ.2537 แต่ขณะที่หจก.ดังกล่าวได้จดทะเบียนก่อตั้งในปี 2539 ซึ่งเป็นข้อพิรุธที่ต้องตรวจสอบต่อไป โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าชี้แจงเพิ่ม เติม
นายประเกียรติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ดินกว่า10 ไร่ของนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ บริเวณเขาแพง เกาะสมุย พบว่ามีข้อพิรุธ ที่มาของที่ดินไม่ชัดเจน โดยนายนิพนธ์ ระบุผ่านโทรศัพท์ว่าหากทางกมธ.กฎหมายฯตรวจสอบแล้วพบว่ามีความไม่ชอบก็พร้อม จะคืนที่ดินให้กับหลวง จากการตรวจสอบพบว่า การออกสค.1 เป็นการออกโฉนดบิน โดยพื้นที่จริงอยู่ในตำบลแม่น้ำแต่กลับออกสค.1 ในตำบลอ่างทอง ซึ่งมีระยะทางที่ห่างกันมากและเป็นไปไม่ได้ที่จะออกสค.1ในพื้นที่ห่างกัน อีกทั้งยังพบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นภูเขา มีความลาดชันเกิน35 เปอร์เซ็น ตามกฎหมายระบุชัดว่าต้องเป็นที่ดินของกรมป่าไม้ ทั้งนี้ในวันที่23 มิ.ย. เวลา 13.00 น.จะเดินทางยื่นหนังสือให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) เร่งรัดตั้งกรรมการตรวจสอบให้เร็วที่สุด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินเขาแพงล่าสุดนายนิพนธ์ ได้ประสานผ่านตนแล้วว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินจะนำเอกสารสค.1 ซึ่งเป็นหลักฐานการซื้อขายที่ดินของนายนิพนธ์มาแสดง แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว อีกทั้งนาย นิพนธ์ยืนยันชัดเจนว่าหากเรื่องนี้ยังคลุมเครือไม่สามารถพิสูจน์ได้นาย นิพนธ์ก็พร้อมจะคืนที่ดินดังกล่าวให้กับแผ่นดินเพราะค่าที่ดินจำนวน21ล้านที่นายนิพนธ์ ซื้อมาหากแลกกับเกียรติยศ ชื่อ เสียงที่สะสมมานานไม่คุ้มค่ากัน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนจึงเห็นว่านายนิพนธ์ ควรแสดงสปิริตคืนที่ดินดังกล่าวเพราะหากปล่อยนานไป จะกลายเป็นปัญหาซ้ำรอยกับคดีสปก.4-01 ภาคสองเป็นแน่ นอกจากนี้กมธ.กฎหมายฯ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าที่ดินที่นายแทนและนายนิพนธ์ ครอบครองอยู่ได้มาจากการบริจาคที่ดินของนายนายอากร ฮุนตระกูล และลูกชายนายธนกร ฮุนตระกูล ที่ได้บริจาคให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเมื่อปี 2549 จำนวน 4,870 ไร่ เพื่อให้เป็นที่ต้นน้ำลำธารและเป็นป่าชุมชน ซึ่งไม่สามารถออกสค. 1 หรือออกโฉนดได้ แต่ภายหลังกลับมีการแยกที่ดินมาออกสค.1 ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค







