posttoday
เปิดเอ็มโอยู 'บินเข้าญี่ปุ่น'

เปิดเอ็มโอยู 'บินเข้าญี่ปุ่น'

02 เมษายน 2558

ผ่อนปรนให้สายการบินของไทยสามารถบินไปญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 2 เม.ย.-31 พ.ค. 2558 ได้ รายละเอียดบันทึกข้อตกลงมีดังนี้

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ สมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) กับ อากิฮิโกะ ทามูระ ผู้อำนวยการ กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) จะลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (เอ็มโอยู) เพื่อผ่อนปรนให้สายการบินของไทยสามารถบินไปญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 2 เม.ย.-31 พ.ค. 2558 ได้ รายละเอียดบันทึกข้อตกลงมีดังนี้

1.ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาตรวจกรมการบินพลเรือนของไทยระหว่างวันที่ 19-30 ม.ค. 2558 ตามโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล (USOAP) ซึ่งพบประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น ส่วน JCAB ให้ความสำคัญ คือ การออกใบอนุญาตรับรองผู้ดำเนินการทางอากาศ (AOC) ที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานและการตรวจพบเรื่องอำนาจการอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าอันตรายยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

2.จะต้องเร่งรัดการดำเนินการในเรื่องการแก้ไขเพื่อปลดล็อกข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ซึ่งทาง JCAB เสนอตัวมาร่วมกับ บพ. โดยจะดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ 1.เร่งรัดการดำเนินการให้เกิดความต้องเนื่องในการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อนำไปสู่การยกเลิก ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ของ ICAO 2.สนับสนุน JCAB ในรายละเอียดของข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นข้อมูลของสายการบินไทยที่บินไป-กลับญี่ปุ่น 3.ให้มีการประชุมทั้งสองฝ่ายเป็นประจำและบ่อยครั้งเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา

3.มาตรการเบื้องต้น ได้แก่ การทบทวนการออกใบอนุญาตให้แก่สายการบินที่ได้รับการรับรอง โดย บพ.ได้ตรวจสอบแล้ว 3 สายการบิน คือ ไทยสมายล์ เจ็ทเอเชีย และไทยเวียดเจ็ท และจะต้องมีแผนการปฏิบัติการให้กับญี่ปุ่นกรณีที่มีการบินเข้า-ออกญี่ปุ่นล่วงหน้า และแผนดังกล่าวจะต้องไม่มีปัญหาด้าน ความปลอดภัยค้างอยู่ เช่น ใบอนุญาตของนักบินขาด เครื่องบินชำรุดด้านการติดต่อสื่อสารหรือมีข้อบกพร่องต่างๆ เป็นต้น จะต้องห้ามทำการบิน และทุกสายการบินจะต้องรายงานการเกิดอุบัติเหตุหรือสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในระหว่างการบินเข้า-ออกญี่ปุ่น จะต้องรายงานให้ JCAB ทราบทุกกรณี

นอกจากนี้ จะต้องให้ JCAB เข้ามาตรวจสอบเครื่องบินเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่ปรากฏของนักบิน เจ้าหน้าที่ต่างๆ และกราวด์เซอร์วิสทั้งหมด ต้องอนุญาตให้ JCAB ตรวจ โดยทาง JCAB จะจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการ

4.ญี่ปุ่นจะอนุญาตเมื่อเป็นเครื่องบินของสายการบินไทยที่เข้า-ออกญี่ปุ่น หรือเที่ยวบินปกติและชาร์เตอร์ไฟลต์ที่ไป-กลับ ญี่ปุ่น โดยชาร์เตอร์ไฟลต์ที่สามารถบินไปญี่ปุ่นได้คือ ชาร์เตอร์ไฟลต์ที่เคยให้บริการอยู่เดิม และทำการบินในเส้นทางที่ทำการเดิม อากาศ ยานที่ทำการเดิม และช่วงเวลา ที่ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.-31 พ.ค. 2558 โดยมีผลตั้งแต่ วันที่เริ่มต้นลงนามเอ็มโอยู

5.แผนระยะกลาง-ระยะยาว ขอให้ทาง JCAB และ บพ.ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องโดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อกำหนดการแก้ไขปัญหาตามแผนที่สามารถปลดล็อก ข้อบกพร่องต่อความปลอดภัย (SSC)

ผลจากการที่ญี่ปุ่นผ่อนผันเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินเข้าประเทศอีก 2 เดือน ทำให้หุ้นสายการบินพุ่งขึ้นถ้วนหน้า หลังจากดิ่งลงไปมาก โดยหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ที่ปิดที่ 291 บาท เพิ่มขึ้น 11 บาท หรือ 3.93% หุ้นบริษัท เอเชียเอวิเอชั่น (AAV) ปิดที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 2% หุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ ปิดที่ 11.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 7.21% หุ้นบริษัท การบินไทย (THAI) ปิดที่ 12 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ 11.11%

พาที สารสิน ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ภาครัฐควรยกระดับมาตรฐานกรมการบินพลเรือนให้สูงขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อการแก้ไขปัญหาปฏิบัติการด้านการบิน อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทางสายการบินนกแอร์และนกสกู๊ต มีมาตรการในการชดใช้ผู้โดยสารที่ทำการจองตั๋วล่วงหน้าโดยการใช้เส้นการบินของสิงคโปร์บินแทน พร้อมกับจัดการในการสายการบินอื่นสำรองในกรณีที่ไม่สามารถให้บริการได้ ทั้งนี้ คาดว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดผลกระทบ เนื่องจากทาง นกแอร์ได้ดำเนินการแก้ปัญหาทั้งหมดแล้ว

จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจาในเรื่องนี้แล้ว และก็ได้รับผลตอบรับเป็นเชิงบวก และขอยืนยันว่าการบินไทยได้รับผลกระทบเพียง 2 เที่ยวบินที่จะทำการบินไปเมืองโคมัตสุและฮิโรชิมา ในช่วงวันที่ 11 และ 15 เม.ย.นี้เท่านั้น โดยยังคงสามารถให้บริการขนส่งทางอากาศได้ตามปกติและไม่มีผลกระทบต่อเที่ยวบินประจำตามตารางการบิน ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการบินได้ทุกประเทศแล้ว

จรัมพร กล่าวว่า แผน การฟื้นฟูกิจการของการบินไทยมีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว โดยใช้กลยุทธ์การลดต้นทุนทั้ง จากการลดเที่ยวการบินที่ไม่ จำเป็นลงและแผนการขายเครื่องบิน โดยน่าจะเริ่มเห็นกำไรได้ตั้งแต่ต้นปี 2560

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์