
นายกฯเปรียบประชาธิปไตยไทยในอดีตเหมือนติดกระดุมผิด
พล.อ.ประยุทธ์แจงสื่อออสเตรเลีย เปรียบประชาธิปไตยไทยในอดีตเหมือนติดกระดุมเสื้อผิด ย้ำเดินหน้าสร้างประชาธิปไตยที่สากลยอมรับ
พล.อ.ประยุทธ์แจงสื่อออสเตรเลีย เปรียบประชาธิปไตยไทยในอดีตเหมือนติดกระดุมเสื้อผิด ย้ำเดินหน้าสร้างประชาธิปไตยที่สากลยอมรับ
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ภายหลังการประชุม ครม.ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าว และให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการใช้อำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว น.ส. ซาแมนต้า ฮอว์ลี่ ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากสำนักข่าวเอบีซี ออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ได้ตั้งคำถามถามถึงร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่กำลังร่างกันอยู่ขณะนี้ ว่า นายกฯทราบหรือไม่ว่าสังคมโลกห่วงและมีข้อกังวลกันเยอะมาก ว่าจะไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินลงจากโพเดียมมาฟังคำถามจากผู้สื่อข่าวใกล้ๆเนื่องจากได้ยินคำถามไม่ชัด และเมื่อเข้าใจคำถามชัดเจน ก็ได้ย้อนถามกลับว่า ประชาธิปไตยในมุมมองของคุณคืออะไร ก็คือการมีเสรีภาพ แต่วันนี้การไปไหนมาไหน ตนก็ไม่ห้าม รัฐธรรมนูญในวันนี้ต้องปฏิรูป
ทั้งนี้นายกฯ ได้อธิบาย ประชาธิปไตยของไทยในช่วงที่ผ่านมาต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยพูดเป็นภาษาอังกฤษ และอธิบายด้วยสัญลักษณ์ ซึ่งนายกฯได้จับและปลดกระดุมเสื้อ เพื่อเปรียบเทียบ ว่า"ประชาธิปไตยไทยเหมือนเป็นการติดกระดุมเสื้อผิดเม็ด และบางทีไม่ใช่แค่ติดกระดุมเสื้อผิดเม็ด เพราะการติดกระดุมผิดยังทำให้เห็นกางเกงก็จะดูไม่เรียบร้อย" จากนั้นนายกฯได้เดินขึ้นไปยืนที่โพลเดียมแถลงข่าวต่อ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลไปขี้แจง ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่แบบนี้ โดยให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.)ว่า ยังไม่ต้องเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างออกมาพูด เพราะตนยังไม่ได้ดูเป็นเรื่องเป็นราว บางครั้งส่งมาตนก็ยังไม่ได้อ่าน หลังจากนี้ก็จะต้องไปร่วมประชุม กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ
ที่ผ่านมาการสร้างการรับรู้รับทราบกลับเป็นการสร้างความเข้าใจผิด อย่างผู้สื่อข่าวจากออสเตรเลียก็ไม่เข้าใจ จึงได้ให้ประเด็นไปว่าให้ไปร่างรัฐธรรมนูญมาว่าอะไรที่เป็นปัญหาของประเทศไทย อะไรที่ต้องเดินไปข้างหน้าก็ต้องทำต่อไปจะต้องใช้กฎหมายตัวไหนเพื่อจะแก้ปัญหาเร่งด่วน ระยะยาว ปฏิรูปครั้งที่ 1 ครั้งที่2 หรือ 3 ก็ต้องไปทำกฎหมาย หาความรับผิดชอบมา รวมทั้งรัฐบาลจะไม่ทุจริตได้อย่างไร ไม่ทุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจะต้องไม่มีคนสนับสนุนผู้ใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน เรื่องนี้ต้องอธิบายให้เกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะต่างชาติ บ้านเขาก็ไม่เคยเกิดสถานการณ์เช่นเดียวกับบ้านเรา ไม่เคยมีการประท้วงรัฐบาลและมีการใช้อาวุธมายิงต่อสู้กัน
"ผมยืนยันว่ามาตรา 44 จะใช้อย่างสร้างสรรค์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนใช้กับปัญหาความมั่นคง ถ้ามีการเอาปืนมายิงกันอีก เกิดความวุ่นวาย ผมก็ต้องจับมาทันที เราจะใช้กฎหมายแบบนี้ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปรอหมายศาล พวกผมไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำกับคนอื่น ต้องช่วยกันอธิบาย เดี๋ยวต่างชาติจะไม่เข้าใจหาว่าผมบ้าอำนาจ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในการเดินทางไปสิงคโปร์ก็ได้พบกับนายโทนี แอบบ็อตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งท่านต้องการให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว ซึ่งตนก็ตอบตกลง ขณะนี้กำลังเดินไปตามโรดแมปและต้องการสร้างประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับของสากล ตอนนี้รัฐบาลก็เร่งแก้ปัญหาเก่า เดินหน้าในเรื่องใหม่ๆ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรียังเดินกลับเข้ามาอธิบายประชาธิปไตยไทยต่อผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอบีซีอีกครั้ง โดยระบุว่า ขอให้นักข่าวไทยที่มากับนักข่าวต่างประเทศช่วยอธิบายเรื่องนี้ด้วยว่าตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา สิ่งที่ทำวันนี้กำลังลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม สร้างความเข้มแข็งภาคเศรษฐกิจ ปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขทำทั้งหมด แต่เวลามันอยู่อย่างนี้ ถ้าปล่อยให้เป็นเสรีภาพร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนปกติก็จะเกิดวนมาใหม่ทันที ถ้าตนไม่มีอะไรมาเสริม ก็จะมาม็อบหน้าทำเนียบฯ แล้วตนจะทำงานได้หรือไม่ บางอย่างมันต้องเร่งด่วน ซึ่งต้องรอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกกฎหมาย ตนก็ร่างเป็นคำสั่งออกมาดำเนินการเรื่องนั้น เรื่องนี้ก่อน อย่างเช่นการแก้ไขปัญหากรณีที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่กรมการบินพลเรือนไทยมาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์ จึงต้องออกคำสั่งมาแก้ปัญหา เพราะที่ผ่านมาทุกอย่างไม่เคยแก้
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า วันนี้ให้ความเป็นเสรี เว้นคนทำผิดเท่าที่ต้องดำเนินการ การสอบสวนคดีต่างๆ ที่ต้องควบคุมตัวเพื่อจะสอบสวน วันนี้ต้องเดินไปเรื่อยๆเป็นขั้นๆ เรากำลังทำประชาธิปไตยไทยให้สมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ
"อยากเป็นแบบประเทศออสเตรเลีย อยากเป็นแบบสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอะไรต่างๆ แต่ของเรายังไปถึงตรงนั้นไม่ได้ เพราะยังมีปัญหาซับซ้อนอยู่ตรงนี้ ปัญหาแบบนี้พวกท่านแก้มาแล้ว50ปี 100 ปี อะไรของท่านผมไม่รู้ สหรัฐอเมริกาก็มีเรื่องแบบนี้ แต่มันนานมาแล้ว เสร็จแล้วคนก็มีความเข้มแข็งมีการศึกษาก็ ความขัดแย้งไม่มี นักการเมืองมีประสิทธิ์ภาพ นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย ที่กำลังดำเนินการ"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว







