
จ่อหมายจับตัวการใหญ่โยงค้ามนุษย์เกาะอัมบน
ดีเอสไอ จ่อหมายจับตัวการใหญ่ โยง คดีค้ามนุษย์ เกาะอัมบน อินโดนีเซีย
ดีเอสไอ จ่อหมายจับตัวการใหญ่ โยง คดีค้ามนุษย์ เกาะอัมบน อินโดนีเซีย
เมื่อวันที่ 31มี.ค. เวลา 09.00 น.ที่ห้องออดิทอเรียม (อาคารทรงกลม) โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาระดมความคิดเห็น เรื่อง "ประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์" โดยมี พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ และพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เข้าร่วมในพิธีเปิด
โดยภายในงานดังกล่าว มีการอภิปราย เรื่อง “ปัญหาและแนวทางการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เชิงรุก” โดยนางเพ็ญนภา อินทรฉาย นักสังคมสงเคราะห์ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ พ.ต.อ.กู้เกียรติ เจริญบุญ อัยการประจำกอง สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน นายสมพงศ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า จากรายงานถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี พ.ศ.2557 ของกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ปรับลดอันดับประเทศไทยจากกลุ่มเทียร์ 2 ลงมาอยู่ในบัญชีกลุ่มเทียร์ 3 ซึ่งการถูกปรับลดอันดับดังกล่าว เป็นผลจากการที่ประเทศไทยถูกกล่าวหาว่ามีการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ดีเอสไอ จึง คาดหวังว่า การสัมนาครั้งนี้ จะทำให้ดีเอสไอได้แนวคิดและกลยุทธ์ใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และนำไปสู่การพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับค้ามนุษย์ต่อไป
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ไม่ใช่ปัญหาของดีเอสไอเพียงหน่วยเดียว แต่เป็นการร่วมกันคิดหาวิธีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะในเชิงการป้องกันและปราบปราม โดยเน้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการทำงาน มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะผู้กระทำความผิดเองก็มีวิวัฒนาการในการกระทำความผิดอยู่ตลอด เพื่อหลบเลี่ยงของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ ในเชิงนโยบายทางดีเอสไอได้พยายามพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยเป็นการสร้างแนวคิดใหม่ เพื่อนำไปสู่การป้องกัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ได้กำชับให้มุ่งเน้นการป้องกันเป็นหลัก อย่ารอให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและค่อยไปดำเนินการปราบปราม เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว
ด้าน พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ กล่าวว่า ในส่วนของการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในแรงงานประมง ทาง ดีเอสไอ ได้ทำงานเป็น 2 ส่วน ถ้าเป็นมาตรการป้องกันก็จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ เดินทางไปยังเกาะอำบน ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และพูดคุยกับผู้เสียหาย เพื่อนำเข้าสู่สำนวนคดีและดำเนินคดีต่อไป ส่วนการดำเนินคดีนั้น ดีเอสไอ ได้รับคดีการค้ามนุษย์ที่เกาะอัมบนเป็นคดีพิเศษ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 คดี และการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยมีการออกหมายจับผู้กระทำความผิดไปแล้ว 3 ราย เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 2 ราย
พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ กล่าวต่อว่า เร็วๆนี้ เชื่อว่า ดีเอสไอจะสามารถดำเนินการออกหมายจับผู้กระทำผิดได้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นลักษณะของตัวการใหญ่ ซึ่งเป็นคนไทย และมีความเกี่ยวข้องกับคดีการค้ามนุษย์ที่เกาะอัมบน อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ทั้งนี้ ในคดีที่เหลือได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวนร่วมกับอัยการสูงสุด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีการกระทำผิดนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดจึงได้มอบพนักงานอัยการมาร่วมทำการสอบสวนกับเราด้วย เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่ดีและให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในการสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศนั้น เราจะเน้นการทำงานร่วมกันและสร้างมาตรการป้องกันให้ดีขึ้น เพื่อให้การกระทำความผิดการค้ามนุษย์ลดลง โดยในส่วนของการดำเนินคดีก็ต้องทำให้มีประสิทธิภาพขึ้น ต้องสามารถดำเนินคดีกับตัวการใหญ่หรือผู้อยู่เบื้องหลังได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่เรากำลังทำอยู่
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งมุมมองของการค้ามนุษย์มีแนวทางการป้องกัน โดยปัจจุบันเราพบว่า มีกลุ่มที่อยู่ในประเทศไทยมีการใช้หนังสือเดินทางปลอม ในการกระทำความผิด เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม ซึ่งกลุ่มที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มที่เป็นโป๊กเกอร์ และเป็นผู้ที่ดำเนินการส่งไปยังประเทศที่สาม ซึ่งปัญหาดังกล่าว เมื่อเราพบก็ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการจับกุมมาดำเนินคดีเกี่ยวกับผู้ลักลอบปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ซึ่งเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ได้มีการประชุมระหว่างประเทศ เพื่อหาความร่วมมือในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์







