posttoday
เลือกซ่อมเขต 6 ชองกระแส 'ศพ-ซากตึก'

เลือกซ่อมเขต 6 ชองกระแส 'ศพ-ซากตึก'

22 มิถุนายน 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

การเลือกตั้งซ่อม สส.กทม. เขต 6 ประกอบด้วย คลองสามวา คันนายาว บึงกุ่ม และหนองจอก ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 25 ก.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครวันที่ 28 มิ.ย.2 ก.ค. มีความน่าสนใจหลายประการ เพราะเป็นการเลือกตั้ง สส. ครั้งแรกหลังเกิดวิกฤตนองเลือดครั้งประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย ที่มียอดคนตาย 90 คน เจ็บร่วม 2,000 คน

การเมืองแตกเป็นสองขั้ว คนกรุง กับ ต่างจังหวัด มองเทพกับมารกันคนละด้าน คนละพรรค

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ คู่แข่งสำคัญคือ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคการเมืองใหม่ค่ายเสื้อเหลืองสอดแทรกมาส่งผู้สมัครลงเป็นครั้งแรก

ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนที่นั่งในสภา เพราะลำพัง 1 เสียง หากพรรคเพื่อไทยชนะก็ไม่ได้มีผลพลิกกลับมาเป็นรัฐบาล หรือจะเพิ่มอำนาจการตรวจสอบในสภา

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในฐานะแพ้ไม่ได้ เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมแทนที่นั่งเดิมหลังจาก ทิวา เงินยวง สส.กทม. เขต 6 ที่เสียชีวิต

“วิชาญ มีนชัยนันท์” ประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย สะท้อนว่า การเลือกตั้งแต่ละครั้งเป็นการวัดกระแสเช็กเรตติ้งพรรค ว่าประชาชนยังเชื่อมั่นต่อพรรคหรือไม่ ถ้าคะแนนสูสี ถือว่าเรายังอยู่ได้ แต่ถ้าเราได้คะแนนน้อยก็ต้องกลับมามองตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น

ส่วน “สมัย เจริญช่าง” สส.กทม. เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนเช่นกันว่า นี่เป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ทั้งประเทศจับตามากที่สุด เพราะเกิดขึ้นในพื้นที่ กทม. เป็นครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2550 รวมทั้งยังเป็นช่วงหลังเหตุวิกฤตการเมือง

“ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะสะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก ของโหวตเตอร์ใน กทม. ได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นแต่ละพรรคจึงให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้มาก ตั้งแต่การคัดเลือกผู้สมัครที่จะต้องไม่ดูถูกประชาชน ไม่ใช่จะไปหาใครมาลงสมัครก็ได้”

“สำหรับเขตนี้ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเลือกตั้งซ่อมแล้วจะต้องเป็นของประชาธิปัตย์ เพราะในพื้นที่ก็มีทั้งแฟนประจำ และอีกส่วนคือ กระแส ว่าในช่วงนั้นเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงประมาทไม่ได้ ตั้งแต่ในส่วนของการคัดเลือกผู้สมัคร ที่จะต้องมองว่าพื้นที่นี้มีความพิเศษ ไม่ใชแค่บึงกุ่มที่เป็นเขตใหญ่ 1.5 แสนคน แต่ยังมีคลองสามวา หนองจอก ที่มีประชากรจำนวนไม่น้อย”

แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อยู่ในสถานการณ์พิเศษ เพราะอยู่ภายใต้การประกาศใช้ “พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในระหว่างการเลือกตั้ง โดยพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ หากชุมนุมเกิน 5 คน ก็จะมีความผิด

ที่สำคัญ การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบ จากต้นทุนเดิมที่มีกระแสเผาบ้านป่วนเมืองอยู่แล้ว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบเต็มประตูตั้งแต่ออกสตาร์ต

บิ๊กเพื่อไทยคำนวณว่า ประชาธิปัตย์ได้เปรียบ 20% จากอำนาจรัฐ การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การยึดสื่อ ผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นโอกาสลุ้นยาก

ระหว่างนี้จึงเล่นเกมโยนหินกดดันให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งที่รู้ว่ารัฐบาลไม่มีทางยกเลิก เพราะต้องการใช้กฎหมายควบคุมสถานการณ์เสื้อแดง พร้อมชิ่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะออกระเบียบปฏิบัติหาเสียงอย่างไรภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ทั้งหมดชี้ว่า พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบทุกประตู

กระนั้น กระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของสองพรรคใหญ่จึงยังไม่ยุติ ต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิง รอประกบคู่ตัวจริง

ซีกเพื่อไทยก็ยังไม่กล้าฟันธงให้ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เป็นตัวจริง เพราะกลัวจะพลาดเรื่องคุณสมบัติที่เจ้าตัวยังอยู่ในที่คุมขัง ข้อสำคัญ ครั้งนี้เป็นเลือกตั้งซ่อมในเมืองหลวง ซึ่งคนกรุงยังหลอนภาพเผาเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง

แกนนำกลุ่ม นปช. ลงเลือกตั้ง กทม. อาจเป็นผลดีที่ได้ท้าทายศาลกดดันให้ประกันตัวณัฐวุฒิมาลงสมัครและหาเสียง ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาอยู่

หรือถ้าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวลงสมัคร ต้องหาเสียงอยู่ในคุก เพื่อไทยอาจคิดในแง่ ผลเลือกตั้งหากชนะก็เป็นการ “ชนะในคุก” ตบหน้ารัฐบาลและกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าแพ้ด้วยคะแนนสูสี ก็ถือว่า “แพ้แต่ชนะใจคนเสื้อแดง”

ไม่มีอะไรจะเสียสำหรับเพื่อไทยและเสื้อแดง งานนี้มีแต่ได้กับได้

เพียงแต่ถ้าจะส่งณัฐวุฒิต้องมั่นใจว่ามีคุณสมบัติครบ ไม่ติดข้อห้ามซึ่งยังเสี่ยง เพราะถ้าส่งไปแล้ว กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า มีคุณสมบัติต้องห้าม เพื่อไทยก็แพ้แต่ในมุ้ง

แคนดิเดตของเพื่อไทยหลักๆ มีอยู่ 4 คน อยู่ระหว่างสแกนคุณสมบัติและหยั่งกระแสการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกอบด้วย “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการกลุ่ม นปช. “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” โฆษกพรรค “จิรายุ ห่วงทรัพย์” รองโฆษกพรรค และ “ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ” อดีตผู้สมัคร สส. เขตนี้

อีก 12 วัน เพื่อไทยรอนายใหญ่ตัดสินว่า จะให้ ณัฐวุฒิ หรือ พร้อมพงศ์ หรือไม่ส่งใครลงเพื่อไม่ให้เสียหน้า และลบคำวิจารณ์ว่าแพ้เพราะคนกรุงปฏิเสธเสื้อแดง

แวะมาดูพรรคประชาธิปัตย์ที่จะตัดสินวันนี้ ใครเป็นผู้สมัครตัวจริงในจำนวน 6 ชื่อ ประกอบด้วย “เกรียงยศ สุดลาภา” อดีตผู้สมัครเดิมของพรรค “พนิช วิกิตเศรษฐ์ ” ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ “วีระชัย ถาวรทนต์” เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกฯ “จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี” ทายาทเบียร์สิงห์ และ “ศักดิ์ สุวรรณกูฎ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ปี 2543”

เนื้อหาการหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ หนีไม่พ้นกระแสที่รัฐบาลกระพืออยู่ ทั้งเรื่องการสร้างความปรองดอง จุดแข็งด้านเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ส่วนเหตุการณ์ชุมนุม อธิบายความเฉพาะภาพการเผาเมือง เซ็นทรัลเวิลด์ที่เป็นมิติที่แบ่งแยกกันอยู่

“ซากตึก” ความหมายเชิงสัญลักษณ์ ที่อธิบายความได้ดีของรัฐบาล ส่วนเพื่อไทย เน้นการอธิบายเรื่อง “ศพ” ในเหตุการณ์

ผลจะเป็นอย่างไร ขับเคี่ยวแค่ไหนกำลังเข้าสู่ยกแรก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท